posttoday
ท่องเที่ยวฮาลาลบูม พาโอกาสสู่อาเซียน

ท่องเที่ยวฮาลาลบูม พาโอกาสสู่อาเซียน

01 พฤษภาคม 2560

ตลาดสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานฮาลาล หรือสินค้าและบริการที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม กำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ตลาดสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานฮาลาล หรือสินค้าและบริการที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม กำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประชากรมุสลิมคิดเป็น 40% หรือราว 240 คนใน 10 ชาติสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน

โรงแรมพีเอ็นบี เปอร์ดานา โฮเทล กลายเป็นโรงแรมแห่งแรกในมาเลเซีย ที่ได้ใบรับรองมาตรฐานฮาลาลอย่างเต็มรูปแบบ โดยสามารถรับรองได้ทั้งลูกค้าที่เป็นมุสลิม และลูกค้าต่างศาสนา ซึ่งทางโรงแรมมีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกันออกไป

ซีเอ็นเอ็น มันนี รายงานว่า อาหารในโรงแรมผ่านกระบวนการปรุงอย่างเข้มงวดให้ได้มาตรฐานฮาลาล ทั้งกระบวนการผลิตวัตถุดิบจนถึงขั้นตอนการปรุง แต่ลูกค้าต่างศาสนาสามารถสั่งอาหารจำพวกเนื้อหมูและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ผ่านรูมเซอร์วิส และเมื่อลูกค้าที่สั่งอาหารธรรมดาเช็กเอาต์ออกไป พนักงานโรงแรมจะต้องทำความสะอาดอย่างเต็มรูปแบบเพื่อรองรับลูกค้าที่มีความต้องการฮาลาลต่อไป

นอกจากนี้ ในห้องสำหรับออกกำลังกายของโรงแรม ชายและหญิงสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่มีเวลาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะในเวลา 21.00-23.00 น.

“ก็เหมือนกับโรงแรมปกติ” อิสมาลี ฮิชาม อาเหม็ด ซัมบรี ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมพีเอ็นบี เปอร์ดานา กล่าว

อุตสาหกรรมฮาลาลบูม

ซิราจัดดิน ซูฮายมี ผู้อำนวยการของหน่วยงานรับรองมาตรฐานฮาลาลมาเลเซีย เปิดเผยว่า การได้ใบรับรองมาตรฐานฮาลาลเป็นโอกาสอันดีสำหรับธุรกิจมาเลเซีย เนื่องจากสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้จากทั่วโลก โดยโอกาสดังกล่าวทำให้จำนวนขอใบรับรองมาตรฐานดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น 25-30% นับตั้งแต่ปี 2012

จากการศึกษาของทอมสัน รอยเตอร์ส เมื่อเดือน ต.ค. พบว่า มูลค่าจากการท่องเที่ยวในต่างประเทศของชาวมุสลิมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.51 แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) ในปี 2015 ที่ผ่านมา เป็น 2.43 แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ (ราว 8.4 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2021 โดยการศึกษาดังกล่าวทำให้ตลาดท่องเที่ยวฮาลาลของมาเลเซียอยู่ที่อันดับ 2 รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์​ (ยูเออี)

สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงอย่างเดียว โกลบอลอิสลามิก อีโคโนมิก เกตเวย์ เปิดเผยว่า การใช้จ่ายของชาวมุสลิมมีแนวโน้มจะเพิ่มถึง 2.89 แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ (ราว 10 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 โดยมาเลเซียกำลังมาแรงอย่างมาก ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล

ท่องเที่ยวฮาลาลบูม พาโอกาสสู่อาเซียน

การแข่งขันดุเดือด

จากตัวเลขมูลค่าและโอกาสทางการตลาดดังกล่าว ทำให้การแข่งขันในแต่ละประเทศสูงขึ้นไปด้วยทั้งนั้น โดยนอกจากมาเลเซียแล้ว ประเทศมุสลิมอีกชาติหนึ่งอย่าง “อินโดนีเซีย” ก็สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฮาลาลด้วยเช่นกัน

ริยานโต ซอฟยาน หัวหน้าฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล กระทรวงท่องเที่ยวอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจะมาท่องเที่ยวในอินโดนีเซียราว 3.1 ล้านคน ในปี 2017 นี้ แม้ว่าจะยังคงน้อยกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวในสิงคโปร์และไทย

ซอฟยาน ระบุว่า สิงคโปร์และไทยต่างมีการให้ใบรับรองมาตรฐานฮาลาลแล้ว ทำให้สามารถให้การบริการที่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานได้ และอินโดนีเซียกำลังดำเนินการเช่นเดียวกับประเทศเหล่านั้น โดยตั้งเป้าหมายจะก้าวข้ามการท่องเที่ยวฮาลาลของมาเลเซียและไทยภายในปี 2019

ขณะเดียวกัน ด้านฟิลิปปินส์และบรูไน ได้จับมือกันเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือทวิภาคีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารือระหว่างสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัสซานัลโบลเกียห์ สุลต่านแห่งบรูไนดารุสซาลาม และประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์​ ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมไปถึงกรอบแผนงานสำหรับความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม ทั้งสินค้าและบริการฮาลาล ผ่านการแลกเปลี่ยนการลงทุน ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และอื่นๆ เพื่อให้ทันกับตลาดโลกที่ทั้งอุตสาหกรรมคาดจะมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ​ (ราว 70 ล้านล้านบาท)

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน