
ทำเลยุทธศาสตร์ เมียนมา ประตูสู่ตะวันตกอาเซียน
"เมียนมา" หลังการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่นี้ซึ่งยังคงความ "เนื้อหอม" อยู่ เพราะมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องทำเลที่ตั้งและทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสดใหม่
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
"เมียนมา" หลังการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่นี้ซึ่งยังคงความ "เนื้อหอม" อยู่ เพราะมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องทำเลที่ตั้งและทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสดใหม่ จึงถูกมองว่าเป็นเวสเทิร์น เกตเวย์ หรือเป็นประตูตะวันตกของอาเซียน และจีน ในการออกสู่ทะเลเพื่อส่งสินค้าออกสู่ตลาดยุโรปที่ดีที่สุด
ทศทิศ รอดประเสริฐ ผู้แทนธนาคารกรุงเทพประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศ เมียนมา และกรรมการสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM) กล่าวว่า จากทำเล โลเกชั่นของเมียนมาที่เอื้ออำนวย ทำให้ในอนาคตจะกลายเป็นประตูการค้าตะวันตกออกสู่ทะเลที่สำคัญของซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย) ผ่านระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor:EWEC) รวมทั้งจีนที่กำลังให้ความสำคัญและต้องการมาก
สำหรับโอกาสของนักลงทุนไทยในเมียนมานั้นก็มีมากมาย เพราะเมียนมาไม่มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2545 พอเปิดประเทศและได้เงินกู้ เงินลงทุนจากต่างประเทศก็ทำให้เริ่มมีการลงทุนก่อสร้างใหม่ๆ ขึ้นมาทันที ที่สำคัญเมียนมายังเป็นประเทศเปิดใหม่ที่ยังต้องนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก เพราะยังผลิตได้เองในประเทศไม่เพียงพอ
ธุรกิจที่เป็นโอกาสของผู้ประกอบการคนไทยที่จะเข้าไปลงทุนนั้น ยังมีหลากหลาย ทั้งธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจ นำเข้าส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมบางประเภทที่ยังต้องการใช้แรงงานเข้มข้นอยู่ โดยสามารถทำได้ทั้งการรีแพ็กเกจจิ้งและการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ เพราะเมียนมายังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) อยู่
"ล่าสุดไทยอยากเข้าไปลงทุนทำธุรกิจมินิมาร์ทรวมทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตในเมียนมา แต่ก็ยังไม่ได้รับไลเซนส์ ตอนนี้มีเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตจากยุโรปที่กำลังได้รับไลเซนส์เข้าไปลงทุนตั้งที่เขตเศรษฐกิจติละวา ตอนนี้ทุกธุรกิจยังเต็มไปด้วยโอกาส ถ้าอยากเข้าไปต้องรีบศึกษาและเข้าไป เพราะไม่เช่นนั้นจะโดนแซงหมด" ทศทิศ กล่าว
อีกสิ่งที่เริ่มเห็นเทรนด์การลงทุนในเมียนมา คือ เริ่มเห็นบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่เคยลงทุนมีฐานการผลิตในประเทศไทย เช่น คูโบต้าและมารูเบนนี่ เริ่มย้ายฐานการผลิตเข้าไปอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ติละวา ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับ นักลงทุนจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
"การเข้าไปลงทุนเมียนมาจะบอกว่าง่ายก็ง่าย จะบอกว่ายากก็ยาก เพราะเป็นประเทศที่มี 2 ลุ่มน้ำ 7 ชนเผ่าใหญ่ หากใครเข้าไปแล้วมองว่าเป็นตลาดเดียวกันอาจจะทำตลาดผิดได้ อีกเรื่อง คือ กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ที่ยัง ไม่ชัด" ปณิธาน กล่าว
ขณะที่ พิมพ์พรรณ โพธิ์ประดิษฐ์ตัวแทนจากบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ ให้ข้อมูลในด้านของความเสี่ยงที่มีใน เมียนมาว่า มีอยู่ 2 เรื่องคือ 1.ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เช่น ผลิตไม่ได้ ขายไม่ได้ หรือส่งออกไม่ได้ วิธีแก้ คือ ต้องรู้จักทุกคน ทุกส่วนที่อยู่ในซัพพลายเซน 2.กฎระเบียบที่ย่อยออกในอีก 3 ส่วนคือ ไลเซนส์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง ระบบโลจิสติกส์ในภาคบริการเพราะยังเป็นเรื่องใหม่ของเมียนมา และขั้นตอนศุลกากร
"วิธีการปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ คือ การมีพาร์ตเนอร์ หรือมีพันธมิตรท้องถิ่นที่ดีในการร่วมทำธุรกิจด้วย และง่ายที่สุดคือ การเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ซึ่งมีความพร้อมในสาธารณูปโภคและได้การสนับสนุนจากรัฐบาลแล้ว" พิมพ์พรรณ กล่าว







