
จีนสนอีอีซีเพิ่มโอกาสการค้ายุค 4.0
เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่ไทยมุ่งมั่นดันเศรษฐกิจผ่านอีอีซี จึงเชื่อมั่นไทยยุค 4.0 อนาคตจะสดใส
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเปราะบางเช่นนี้ จะหวังพึ่งการฟื้นตัวของตลาดสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นอย่างเดียวคงไม่ได้ ทำให้หลายๆ ประเทศในโลกตอนนี้เริ่มหันมาพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศและภายในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น
ที่สำคัญ ในอนาคตภูมิภาคอาเซียนจะทวีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นมาก และไทยก็เป็นประเทศที่อยู่ใกล้ชิดและมีศักยภาพพร้อมเป็นศูนย์กลางได้
หนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา "มองหาอนาคตยุค 4.0" ว่า รัฐบาลไทยตั้งใจที่จะมุ่งมั่นส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโต โดยผ่านระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มาช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ได้ ทำให้จีนเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยจะมีอนาคตที่สดใส สอดคล้องกับนโยบาย 1 Belt 1 Road และ เมด อิน ไชน่าของจีนที่ต้องการขยายลงมาเชื่อมกับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า ประเทศกำลังพัฒนากำลังเจอการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้ปานกลางอย่างจีนและไทยที่จะเจอแรงกดดันมาก เพราะนโยบายที่มีอยู่ในภาวะคอขวด ซึ่งต้องระวังไม่ให้ตกกับดักการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง
ทั้งนี้ รัฐบาลทั้งสองประเทศก็ส่งเสริมการค้าระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีการตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ได้ 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ประมาณ 6-7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
"จีนได้ส่งเสริมการค้าและการลงทุนกับไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งการลงทุนรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง การลงทุนเคเบิลใยแก้วและเคเบิลนำแสง เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อสนับสนุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จีนจะมีกานำเข้าสินค้าจากทั่วโลกรวม 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ดึงการลงทุนให้เกิดขึ้น 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และส่งออก 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมีนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 700 ล้านคน" หนิง ฟู่ขุย กล่าว
นอกจากนี้ เศรษฐกิจของจีนในปีที่ผ่านมา ยังสามารถเติบโตเฉลี่ยที่ 6-7% หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าเศรษฐกิจโลกนั้น ส่งผลให้จีนเป็น หัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และเชื่อมั่นว่า หากไทยและจีนร่วมมือกัน จะนำพาโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่เข้ามายังภูมิภาคอาเซียน
ขณะที่ กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจจีนอยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง และจะเป็นแบบนี้ไปอีก 3-4 ปี จึงมั่นใจว่า อาเซียนจะเป็นทางเลือกใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า และอาเซียนก็จะเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย อาเซียนในวันนี้กำลังจะมีการเปลี่ยนทางกายภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะถนนหนทางที่จะเชื่อมจากจีนลงมา เป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญ เพราะจะเป็นประตูการค้าจากจีนตอนใต้มายังไทย ก่อตัวกลายเป็นแลนด์บริดจ์ที่สำคัญของภูมิภาค
"พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ของอาเซียนคือ ซีแอลเอ็มวี ที่ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง เพราะสินค้าที่ตลาดกลุ่มนี้ต้องการส่วนใหญ่ 70-80% มาจากไทย ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมและบริการต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยถนัด นี่จึงเป็นโอกาสธุรกิจครั้งสำคัญ แค่เพียงเปิดตา เปิดใจ ก็จะเห็น" กอบศักดิ์ กล่าว
การที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระเบียงเศรษฐกิจนี้ จึงต้องต่อให้ติดและ ไม่ควรพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้ไป







