posttoday
แกะรอยธุรกิจเส้นทาง EWEC โลจิสติกส์ถึงท่องเที่ยว

แกะรอยธุรกิจเส้นทาง EWEC โลจิสติกส์ถึงท่องเที่ยว

15 กุมภาพันธ์ 2560

เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก ระยะทางร่วม 1,450 กม. ที่เชื่อมต่อการค้าเศรษฐกิจด่านชายแดน 3 ชาติ จ.มุกดาหาร -ด่านสะหวันนะเขตและด่านลาวบาว ที่เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจท้องถิ่นไปสู่ตลาดโลกร่วมกัน

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล 

เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor:EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) ด้วยระยะทางร่วม 1,450 กม. ที่เชื่อมต่อการค้าเศรษฐกิจด่านชายแดน 3 ชาติ จ.มุกดาหาร ประเทศไทย ด่านสะหวันนะเขต สปป.ลาว และด่านลาวบาว ประเทศเวียดนาม ที่เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจท้องถิ่นไปสู่ตลาดโลกร่วมกัน    

สัจจา วงศ์กิตติธร นายกสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.มุกดาหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท วีไอพี สยามทราเวล ตัวแทนบริการท่องเที่ยวบนเส้นทาง EWEC กล่าวถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจบริษัทเกิดขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ด้วยมองเห็นโอกาสในช่วงจังหวะ จ.มุกดาหาร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว และเมืองกวางจี เวียดนาม ในฐานะเมืองสามแฝดทางการค้าเศรษฐกิจจากเส้นทางการขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) และการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้

“หลังจากเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ใน จ.มุกดาหาร เมื่อราว 4-5 ปีก่อน ยิ่งช่วยทำให้การเดินทางการขนส่งสินค้า สะดวกมากขึ้น การค้าคึกคักมีกลุ่มสินค้าต่างๆ มาพักอยู่ที่ตลาดอินโดจีนจำนวนมาก จากนั้นธุรกิจใหม่อย่างท่องเที่ยวก็ตามมา เดิมมีผู้ให้บริการไม่กี่ราย ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจตัวแทนท่องเที่ยวรวมกันไม่ต่ำกว่า 500 รายแล้ว” สัจจา กล่าว 

สำหรับรูปแบบการจัดแผนการเดินทางท่องเที่ยว (ทริป) ของบริษัท แบ่งเป็นทั้งรูปแบบ วัน เดย์ ทริป รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในไทยที่เดินทางมา จ.มุกดาหาร หรือจากจังหวัดอื่นๆ ที่สนใจเข้าไปสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมในเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว แบบเช้าเย็นกลับ เสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 800-1,200 บาท/คน และรูปแบบจัดทริปยาวข้าม 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และสิ้นสุดที่เมืองกวางจี เวียดนาม ซึ่งหากมาเป็นกลุ่มใหญ่จะคิดค่าบริการราว 8,000 บาท/คน ใช้ระยะเวลาตลอดทั้งทริป 3 คืน 4 วัน ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการท่องเที่ยวที่พิเศษและแตกต่างไปจากทริปอื่นๆ

สัจจา เสริมว่านับจากช่วงปี 2557 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน พบว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวระหว่าง 3 ชาติ เดินทางไปมาระหว่าง 3 ด่านจำนวนมากขึ้น จากสถิติตัวเลขหน้าด่าน จ.มุกดาหาร มีจำนวนรถบัสขนาดใหญ่หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 10-20 คัน/วัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน ซึ่งบริษัทได้ปรับแผนธุรกิจมุ่งเน้นบริการท่องเที่ยวนอกประเทศ (เอาต์บาวด์) มากขึ้น ตามความต้องการลูกค้า

ขณะที่ตำแหน่งของ จ.มุกดาหาร ในปัจจุบันถือว่าเป็นเมืองเชื่อมต่อ (ทรานซิส) ไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ ซึ่งแม้จะไม่ใช่เมืองหลักด้านการท่องเที่ยวก็ตาม แต่จากรูปแบบการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป นิยมหาข้อมูลก่อนเดินทาง หรือจองที่พักด้วยตัวเองมากขึ้น ทำให้ จ.มุกดาหาร ได้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่รองรับการพักผ่อนของนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงต่างๆ ไปโดยปริยาย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จากหลายปัจจัย เช่น อัตราห้องพักที่ต่ำกว่าในช่วงเทศกาล และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่ยังมีความดั้งเดิมอยู่มาก 

สัจจา กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการพัฒนาเส้นทาง EWEC ร่วมกันระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้อต่อกันมากขึ้น คาดจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศผ่านด่านชายแดนได้อีก แต่อีกด้านหนึ่ง ภาครัฐ ก็ควรวางแผนรับมือถึงผลกระทบที่ตามมาเช่นกัน ด้วยอาจมีขบวนการทางธุรกิจขนาดใหญ่หรือรายใหญ่เกิดขึ้นบนเส้นทางดังกล่าว เพื่อรับผลประโยชน์การค้าฝ่ายเดียว

ส่งผลเสียหายต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ไม่สามารถแข่งขันได้ เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก