posttoday
"สะหวันนะเขต" เมืองคู่ค้า ชายแดนไทย-สปป.ลาว

"สะหวันนะเขต" เมืองคู่ค้า ชายแดนไทย-สปป.ลาว

01 กุมภาพันธ์ 2560

เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9)

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ สปป.ลาว สามารถปลดล็อกดินแดนที่ไม่มีเส้นทางออกสู่ทะเลเพื่อการขนส่งให้สามารถเชื่อมโยงการค้าขายไปยังนานาประเทศได้ทั่วโลก

โดยผ่านเมืองเศรษฐกิจสำคัญ“สะหวันนะเขต” ซึ่งมีอาณาเขตชายแดนอยู่ติดกับ จ.มุกดาหาร ของไทย ในฐานะ “สองเมืองฝาแฝด” ที่กำลังจะเป็นคู่ค้าทางเศรษฐกิจด้านการค้า การลงทุน ที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ ด้วยทำเลยุทธศาสตร์ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของ สปป.ลาว มีชายแดนอยู่ติดกับหลายจังหวัดของประเทศเพื่อนบ้าน ทิศตะวันออก ติดเมืองกวงจี เวียดนาม ทิศตะวันตกติดกับ จ.มุกดาหาร ประเทศไทย ทิศเหนืออยู่ติดจังหวัดคำม่วน และทิศใต้อยู่ติดจังหวัดสาละวัน มีพื้นที่ทั้งหมด 2,177,400 เฮกเตอร์ แบ่งเป็นพื้นที่ราบสูงภูเขา 42% และอีก 58% เป็นพื้นที่ราบ

เลืองไซ บุนโซกหวัน รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรม แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ฉายภาพอุตสาหกรรมและการค้าเมืองสะหวันนะเขตมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเห็นด้วยกับแนวทางการเข้ามาร่วมมือเพื่อพัฒนาผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมการจับคู่ธุรกิจด้านการเกษตรกสิกรรมระหว่างลาวและไทย ที่มีจุดเด่นการเป็น ท่าบก หรือ ดราย พอร์ท (Dry Port) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการกระจายสินค้า 

ทั้งนี้ สภาการค้าฯ จัดทำข้อมูลแนะนำการลงทุนเมืองสะหวันนะเขต ระบุมีอุตสาหกรรมการผลิต 1,996 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการลงทุนร่วม 2,076,07 หมื่นล้านกีบ ช่วยสร้างงานให้กับคนท้องถิ่นกว่า 12,632 โดยโรงงานดังกล่าวแบ่งเป็นขนาดใหญ่ 73 แห่ง ขนาดกลาง 82 แห่ง ที่สร้างผลผลิตได้ตามความต้องการให้กับในจังหวัด และยังมีสายการผลิตบางส่วนเพื่อการส่งออกด้วย โดยอุตสาหกรรมและการค้าภายในสะหวันนะเขต ช่วงปี 2554-2556 มีมูลค่าการค้าเฉลี่ยมากกว่า 1,200 ล้านกีบ

ขณะที่การค้าส่วนใหญ่จะผ่านช่องทางตลาดเป็นหลัก ปัจจุบันมีตลาด 68 แห่ง แบ่งเป็นขนาดใหญ่ 18 แห่ง ขนาดกลาง 7 แห่ง ขนาดเล็ก 19 แห่ง และอีก 24 แห่งเป็นตลาดนัดท้องถิ่น โดยสินค้าส่งออกสำคัญในช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออกคิดเป็นมูลค่ากว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา กลุ่มสินค้าแร่กว่า 87.5% ส่วนที่เหลือเป็นสินค้าต่างๆ ทั่วไป ส่วนสินค้านำเข้าในช่วงปี  2554-2556 มีมูลค่ากว่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น น้ำมัน รถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่ สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ สินค้านำเข้าเพื่อภาคการเกษตร และนำเข้าเพื่อส่งออกไปประเทศที่สาม

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวสะหวันนะเขต ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของเส้นทาง EWEC จากการเชื่อมต่อของสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 สะหวันนะเขต-มุกดาหาร และเส้นทาง R9 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการพัฒนา และส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยสะหวันนะเขต ยังมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งทรัพยากรทั้งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันสะหวันนะเขต มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากกรธรรมชาติมาก มีศักยภาพทางการเกษตร ป่าไม้ และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของจังหวัด โดยมีอัตรารายได้ต่อ/คน/ปี เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงระหว่างปี 2552-2556 สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 12.76% ต่อปี มีจีดีพีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น/คน/ปี อยู่ที่ 1,469 เหรียญสหรัฐ

จากความพร้อมและยุทธศาสตร์ของจังหวัดสะหวันนะเขต ที่หวังเป็นตัวกลางเชื่อมเศรษฐกิจการค้าจากนานาประเทศ ในฐานะ “ทรานซิส” จุดต่อระบบการขนส่งให้ระบบการค้าไปต่อได้ตลอดเส้นทาง EWEC

เพื่อนำสินค้าอาเซียนไปสู่ตลาดโลกร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

ประชุม  IMF–World Bank 2026ระดม AI เสริมระบบคัดกรองความปลอดภัย

ประชุม IMF–World Bank 2026ระดม AI เสริมระบบคัดกรองความปลอดภัย