
คาดเศรษฐกิจโลกปีนี้สดใส
สหรัฐลุยเดินหน้าดันการขยายตัวขึ้นจากปีก่อน แม้เวิลด์แบงก์ลดคาดการณ์ลง
สหรัฐลุยเดินหน้าดันการขยายตัวขึ้นจากปีก่อน แม้เวิลด์แบงก์ลดคาดการณ์ลง
เวิลด์แบงก์ลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก หวั่นนโยบายปกป้องการค้า-ความไม่แน่นอนนโยบายการเมือง
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยรายงานเศรษฐกิจโลกประจำเดือน ม.ค. 2017 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัว 2.7% เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ที่ขยายตัว 2.3% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐที่ใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลัง
“หลังผ่านหลายปีแห่งความผิดหวังต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ พวกเราจะรอดูเศรษฐกิจที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในเวลานี้เป็นช่วงที่ควรฉวยโอกาสจากปัจจัยหนุนต่างๆ โดยเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการเร่งสร้างความยั่งยืนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพื่อยุติความยากจนรุนแรง” จิมยองคิม ประธานเวิลด์แบงก์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เวิลด์แบงก์ ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเวิลด์แบงก์ไม่ได้นำนโยบายของทรัมป์เข้ามาคำนวณการขยายตัว และคงคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐเอาไว้ที่ 2.2% ในปีนี้ และ 2.1% ในปีหน้า ขณะที่ทรัมป์แถลงทิศทางนโยบายต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้
ขณะเดียวกัน คาดการณ์ดังกล่าวเป็นคาดการณ์ที่เวิลด์แบงก์ปรับลดจากรายงานเดือน มิ.ย. ที่อยู่ที่ 2.8% เป็น 2.7% สำหรับปี 2017 เช่นเดียวกับปี 2018 ที่ลดลงจาก 3.0% เหลือ 2.9% โดยเป็นผลมาจากมาตรการปกป้องการค้า รวมถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายของประเทศเศรษฐกิจมหาอำนาจที่อาจส่งผล
กระทบทางลบต่อเศรษฐกิจโลก ประกอบกับการลงทุนที่ปรับลดลงจากเฉลี่ย 10% ในปี 2010 เหลือเพียง 3.4% ในปี 2015
สำหรับจีนเวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวลดลงจากปีที่แล้วที่ 6.7% เหลือ 6.5% ในปี 2017 เนื่องจากแรงซื้อภายนอกชะลอตัวและการลงทุนของภาคเอกชนอ่อนแอ แม้รัฐบาลมีแนวโน้มใช้นโยบายสนับสนุนการขยายตัว อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะได้แรงหนุนจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำเข้าโภคภัณฑ์
ธนาคารโลกยังคาดการณ์ว่า ประเทศผู้ส่งออกโภคภัณฑ์จะฟื้นตัวในปีนี้ เนื่องจากราคาโภคภัณฑ์เริ่มปรับตัวขึ้น ส่งผลให้รัสเซียและบราซิลฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย







