
อีคอมเมิร์ซอาเซียนศักยภาพสูง คาดปี68 โตแสนล้านดอลลาร์
ซีอีโอ ไอไพรซ์ เผย อีคอมเมิร์ซอาเซียนศักยภาพสูง คาดการณ์ภายในปี 2568 มูลค่าตลาดโตพุ่ง1 แสนล้านดอลลาร์
ซีอีโอ ไอไพรซ์ เผย อีคอมเมิร์ซอาเซียนศักยภาพสูง คาดการณ์ภายในปี 2568 มูลค่าตลาดโตพุ่ง1 แสนล้านดอลลาร์
นายมาเตโอ้ สุตโต รองประธานกรรมการอาวุโสด้านการพัฒนาองค์กร ไอไพรซ์ สตาร์ทอัพอันดับต้นๆของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นถือว่ายังเป็นช่วงเริ่มต้นอยู่ แต่ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยคาดการณ์ว่าภายในปี2568 จะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อปี32% จากข้อมูลของ กูเกิล และเทมาเส็ก โดยไอไพรซ์ มุ่งทำการตลาดในภูมิภาค ซึ่งคาดว่าในปี 2559 ไอไพรซ์จะเติบโตขึ้นมากกว่า 500% จากสาขาใน 7ประเทศ ได้แก่มาเลเซีย, ไทย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และฮ่องกง สำหรับการเติบโตในปี2560 คาดมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 100% ตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกออนไลน์ในเอเชีย ซึ่งในปีนี้ไอไพรซ์ ได้ระดมทุนจาก เอเชีย เวนเจอร์ กรุ๊ป จำนวน 4ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายร้านค้าปลีกครอบคลุมทั่วเอเชีย
ทั้งนี้ประเทศมาเลเซียถือเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ จากแรงจูงใจหลักในการสนับสนุนของรัฐบาลมาเลเซีย เช่นการผลักดันให้สตาร์ทอัพได้รับมาตรฐาน เอ็มเอสซี(Multimedia Super Corridor) โดยเป็นองค์กรเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศมาเลเซีย และอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจด้านดิจิตอล และการละเว้นภาษี5ปี ในการเริ่มต้นทำธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงการยกเว้นค่าบริการทำวีซ่าให้กับพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพบุคลากรมีความสำคัญที่สุด และการดึงผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศเพื่อทำการตลาดโดยตรงส่งผลดีต่อธุรกิจ ซึ่งทั้งนี้รัฐบาลมาเลเซียได้สนับสนุนสตาร์ทอัพในประเทศเนื่องจากวางเป้าหมายไปสู่ ศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศของภูมิภาค
สำหรับภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซในอาเซียน เป็นช่วงการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นโอกาสแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งการค้าปลีกออนไลน์ในภูมิภาค มีน้อยกว่า 1% ในขณะที่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน มีมากกว่า 10% เป็นโอกาสแก่ผู้ประกอบการในภูมิภาคที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป นิยมจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น นอกเหนือจากนี้ ร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่าง อะเมซอน วางแผนตีตลาดในภูมิภาคอาเซียน ในปี2560 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดออนไลน์อาเซียน ว่ามีทิศทางการเติบโตที่สดใส
แม้ว่าโอกาสทางการตลาดออนไลน์ยังมีมาก แต่การแข่งขันมีมากขึ้น ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ จึงควรเตรียมรับมือ ศึกษาข้อมูล และปัจจัยการเติบโตและขยายตัวของธุรกิจด้านดิจิทัล สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีบุคลากรที่มีความรู้ ภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศนั้นๆสามารถช่วยส่งเสริม การเติบโตของสตาร์ทอัพ โดยการสนับสนุนการทำธุรกิจด้านดิจิตอลให้มากขึ้น
ภาพจาก www.hardwarezone.com.my/tech-news-iprice-introduces-price-comparison-and-safer-shopping-features







