
นักวิทยาศาสตร์พัฒนาวัคซีนป้องกันอีโบลาได้สำเร็จ
ผลการทดสอบล่าสุด วัคซีนตัวใหม่มีประสิทธิภาพป้องกันการเกิดโรคอีโบลาได้ แม้กับผู้มีความเสี่ยงที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ
ผลการทดสอบล่าสุด วัคซีนตัวใหม่มีประสิทธิภาพป้องกันการเกิดโรคอีโบลาได้ แม้กับผู้มีความเสี่ยงที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ
การทดสอบรอบล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ยืนยันประสิทธิภาพของวัคซีน นับเป็นการพัฒนาทางการแพทย์ก้าวสำคัญที่คาดหวังกันว่าจะสามารถป้องกันการระบาดของไวรัสไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง ดังที่เคยแพร่ระบาดในภูมิภาคตะวันตกของแอฟริกา เมื่อปี 2556 ซึ่งคร่าชีวิตของผู้คนในกินี, ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ไปราว 11,300 คน หลังเกิดการระบาดของโรคขึ้นในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก
บรรดานักวิทยาศาสตร์พยายามพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอีโบลา มานานหลายปี และผลการทดสอบครั้งล่าสุดนี้ บ่งชี้ว่าความพยายามทั้งหมดไม่สูญเปล่า
วัคซีนตัวใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นในห้องแล็บของบริษัท Merck & Co. ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลแคนาดา โดยทางบริษัทมีแผนที่จะส่งตัวอย่างวัคซีนให้คณะกรรมาการในสหรัฐ และยุโรปพิจารณาในปีหน้า
จากการทดสอบ วัคซีนตัวใหม่นี้ถูกแจกจ่ายให้แก่ผู้คนในกินี จำนวน 5,800 คน เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้เข้ารับการทดลองทั้งหมดนี้ล้วนมีความใกล้ชิด และติดต่อกับผู้ป่วยโรคอีโบลา พวกเขาได้รับวัคซีน ในช่วงเวลา 3 สัปดาห์หลังจากมีการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ
ผลการทดสอบ เมื่อผ่านไป 10 วัน ผู้ที่ได้รับวัคซีน จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีอาการของโรคที่จะพัฒนาไปสู่โรคอีโบลา ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับวัคซีน 23 วันให้หลัง เชื้อไวรัสที่พวกเขาติดพัฒนากลายเป็นโรคอีโบลา
ก้าวใหม่ทางการแพทย์นี้ถูกตีพิมพ์บนวารสาร The Lancet เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งวัคซีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคอีโบลา แม้กับผู้ที่มีความเสี่ยง ที่สัมผัสกับผู้ป่วยก็ตาม
ขณะนี้ทางทีมนักวิทยาศาสตร์มีแผนที่จะทดสอบวัคซีนอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าวัคซีนตัวดังกล่าวจะสามารถป้องกันโรคอีโบลาสายพันธุ์ที่ 2 ที่ระบาดในซูดานได้หรือไม่
ทั้งนี้ไวรัสอีโบลาถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี 2519 ในตอนนั้นการระบาดในตอนกลางของแอฟริกาเกิดขึ้นเป็นระยะๆ แต่ไม่สามารถใช้ต่อสู้กับการระบาดของไวรัสอีโบลาที่เกิดขึ้นในแอฟริกาตะวันตกได้







