
ไท้เพ้ง วาล์ว แมนูแฟคเจอริ่ง เปิดก๊อกธุรกิจบุกตลาดโลก
อุตสาหกรรมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ระบบน้ำในประเทศไทย คาดมีมูลค่าตลาดรวมไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท/ปี โดยปัจจุบันมีอัตราการเติบโตภายในประเทศแบบทรงตัว หนึ่งในปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจไทยหันไปเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ที่มาจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อุตสาหกรรมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ระบบน้ำในประเทศไทย คาดมีมูลค่าตลาดรวมไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท/ปี โดยปัจจุบันมีอัตราการเติบโตภายในประเทศแบบทรงตัว หนึ่งในปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจไทยหันไปเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ที่มาจากตลาดต่างประเทศมากขึ้น
พีรพงษ์ อริยะแจ่มเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไท้เพ้ง วาล์ว แมนูแฟคเจอริ่ง ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ ก๊อก วาล์ว อุปกรณ์ทองเหลือง ภายใต้แบรนด์เอเอ็นเอ (ANA) กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินกิจการมาสู่รุ่นที่ 2 ซึ่งตัวเขาเองเข้ามารับช่วงบริหารกิจการครอบครัวตั้งแต่ 18 ปีก่อน จากยุคแรกของธุรกิจเริ่มขึ้นเมื่อราวปี 2510 ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตตัวจริงสินค้ากลุ่มดังกล่าวในช่วงนั้น ที่สามารถดำเนินกิจการมาได้ถึง 50 ปี ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประกอบกับที่ตัวเขาเองต้องเข้ามาดูแลธุรกิจ จึงได้วางแนวทางการทำธุรกิจใหม่ ทั้งการสร้างแบรนด์สินค้าขึ้นมา คือ ANA ที่ไปพร้อมกับการทำตลาดส่งออกต่างประเทศมากขึ้น พร้อมขยับขยายโรงงานแห่งใหม่ ที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ
พร้อมนำ 2 เรื่องหลักมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ คือ 1.ภาคการผลิตที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาร่วมใช้ในการออกแบบ (ดีไซน์) อุปกรณ์สินค้า ก๊อกน้ำ วาล์ว ฯลฯ และ 2.ภาคบริการ ด้วยการเป็นผู้ทำตลาดสินค้าแบรนด์ดังกล่าวทั่วประเทศเอง ที่จะไปพร้อมกับสินค้าแบบใหม่ๆ ภายใต้เทคโนโลยีใหม่ อย่างวาล์วมีจุก เป็นรายแรกเมื่อปี 2543 ที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ ANA ไปจากสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด
จากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต่อยอดให้บริษัทขยายการทำตลาดส่งออกสินค้ากลุ่มก๊อกน้ำ วาล์วน้ำ ข้อต่อ ไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเกือบทุกประเทศ ยกเว้นบรูไน และมาเลเซีย รวมถึงกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมกว่า 40 ประเทศในปัจจุบัน โดยจดเครื่องหมายการค้าครอบคลุมกว่า 20 ประเทศ
พีรพงษ์ กล่าวถึงการทำตลาดในต่างประเทศว่า บริษัทใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานดีไซน์สินค้าเป็นตัวนำตลาดเช่นกัน ส่วนตลาดประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ใช้วิธีหาพันธมิตรตัวแทนการทำตลาดสินค้าแบรนด์ ANA ซึ่งในช่วงแรกจะยังเป็นการลองผิดลองถูกของตลาด ก่อนปรับแนวทางการทำตลาดให้เข้ากับท้องถิ่น ซึ่งไม่สามารถนำรูปแบบธุรกิจจากไทยเข้าไปใช้ได้เลยทั้งหมด ด้วยแต่ละตลาดนั้นจะมีความยากและง่ายที่แตกต่างกัน
“การเข้าตลาดท้องถิ่นแต่ละประเทศจะละเอียดอ่อนแตกต่างกัน ด้วยการหาตัวแทนธุรกิจประเทศต่างๆ นั้น เราอาจไม่ได้รู้จักกันโดยตรง ไม่ได้มีผลประโยชน์ทางตรง ต้องใช้ความพยายามและการทำธุรกิจที่ตรงไปตรงมาระหว่างกัน” พีรพงษ์ กล่าว
นอกจากการทำตลาดซีแอลเอ็มวีแล้ว บริษัทยังได้ขยายตลาดเกิดใหม่ต่างๆ อย่างประเทศแอฟริกา ซึ่งในปีหน้าจะมุ่งให้ความสำคัญกับตลาดนี้มากขึ้น ด้วยยังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้บริษัทยังสามารถนำสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศซีเรียด้วยผ่านตัวแทนธุรกิจจากประเทศดังกล่าว ที่สนใจติดต่อเข้ามาเช่นกัน
พร้อมเสริมว่า การทำตลาดของภาคการผลิตอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ กลุ่มสินค้าระบบสาธารณูปโภคของผู้ประกอบการไทยในปัจจุบัน ค่อนข้างมีอุปสรรคหลังจากภาครัฐลดงบประมาณสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการทำตลาดส่งออกผ่านการออกบูธแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งเริ่มชัดเจนตั้งแต่ช่วงที่กระทรวงพาณิชย์ปรับโครงสร้างกรมส่งเสริมการส่งออกมาเป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ต้องช่วยเหลือตัวเองมากขึ้นในการขยายตลาด
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตสินค้ากลุ่มเดียวกันในต่างประเทศ เช่น ยุโรปที่ปัจจุบันเริ่มเจรจาเอฟทีเอกับตลาดประเทศกำลังพัฒนา อาทิ จอร์แดน เลบานอน แอลจีเรีย เป็นต้น ทำให้มีภาษีนำเข้าอัตรา 0% ขณะที่สินค้าจากไทยยังอยู่ที่อัตรา 20% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญของการทำตลาดส่งออก อย่างไรก็ตามจากการปรับตัวทางธุรกิจ พร้อมมุ่งให้ความสำคัญตลาดต่างประเทศมากขึ้น คาดปีหน้าบริษัทจะมีสัดส่วนรายได้ทั้งในและต่างประเทศเท่ากัน 50% พร้อมทำตลาดได้ใน 50 ประเทศทั่วโลกในเร็วๆ นี้ จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ในประเทศกว่า 60% และต่างประเทศ 40%
พร้อมวางเป้าหมายธุรกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 30%







