
นาเดียม มาคาริม Go-jek ผู้พลิกโฉมบริการอิเหนา
ในศตวรรษที่ 21 ที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้บริโภคหลากหลายรูปแบบ
โดย...ทศพล หงษ์ทอง
ในศตวรรษที่ 21 ที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้บริโภคหลากหลายรูปแบบ จนก่อให้เกิดสตาร์ทอัพหน้าใหม่จำนวนมาก ที่สร้างรายได้หลายหมื่นล้านบาทด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่มีปัญหาการจราจรติดอันดับโลก ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่อยู่ในระดับต่ำ จนกระทบต่อจำนวนรถสาธารณะที่มีสัดส่วนเพียง 2% ของพาหนะทั้งหมดในประเทศ
จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ นาเดียม มาคาริม (Nadiem Makarim) ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง Go-jek ได้มองถึงแนวทางแก้ไขปัญหานี้ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และไม่รอช้าที่จะคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาที่ยังไม่ถูกตอบสนองให้กับบ้านเกิดของเขาในอินโดนีเซีย
Go-jek ใช้เวลาเพียง 2 ปี สร้างรากฐานกิจการให้มีมูลค่าสูงกว่าบริษัทแท็กซี่ยักษ์ใหญ่ในอินโดนีเซีย ที่เปิดกิจการมามากกว่า 20 ปี โดยที่ไม่มียานพาหนะเป็นของตัวเองสักคัน ด้วยยอดการใช้บริการถึง 20 ล้านครั้ง/เดือน หรือเฉลี่ยที่ 6.67 แสนครั้ง/วัน พร้อมจำนวนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นกว่า 11 ล้านครั้ง สอดรับกับยอดผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่จะพุ่งสูงถึง 343 ล้านรายในปี 2018
“การขยายตัวของประชากรนำมาซึ่งปัญหาจราจรและการเดินทาง โดยมอเตอร์ไซค์ก็เป็นวิธีแก้ปัญหาจราจรที่ดีสุดในอินโดนีเซีย” นาเดียม กล่าวถึงแนวคิดของ Go-jek หนึ่งในสตาร์ทอัพยูนิคอร์นของอาเซียนที่สร้างมูลค่าตลาดได้ไม่แตกต่างจากเจ้าแห่งสตาร์ทอัพอาเซียนอย่าง Garena GrabTaxi หรือแม้แต่ Lazada
นอกจากนี้ Go-jek ยังเป็นสตาร์ทอัพที่สามารถสร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้กับประชากรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งใช้เวลาเพียง 4 วัน รับสมัครพนักงานขับขี่ได้ถึง 1.6 หมื่นคน ปัจจุบันมีผู้ขับขี่ที่สนใจเข้าร่วมกับ Go-jek แล้วราว 2 แสนคน ส่งผลให้ Go-jek เป็นธุรกิจบริการขนส่งสาธารณะที่มีพนักงานมากสุดในประเทศแซงหน้าคู่แข่งอย่าง Blue Bird และ GrabTaxi อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับพนักงานขับขี่ถึงเดือนละ 2.4 หมื่นบาท
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาพลักษณ์แอพพลิเคชั่น Go-jek เป็นดั่งสัญลักษณ์ด้านเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาชีวิตประจำวันของชาวอินโดนีเซียที่ตอบโจทย์ให้กับทุกการเดินทาง ตั้งแต่การขนส่งผู้คนไปจนถึงการขนส่งอาหาร จนถูกยกให้เป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นในอาเซียน
ด้วยเขามองว่าระบบการขนส่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ ทั้งยังมีความเชื่อมโยงในกิจการหลายด้าน ดังนั้นการสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เข้มแข็งจะนำมาซึ่งการต่อยอดธุรกิจได้อย่างไม่รู้จบ โดย Go-jek ยังได้ขยายการบริการให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น อาทิ Go-Food บริการขนส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่จนถูกยกให้เป็นบริการขนส่งอาหารที่ใหญ่สุดในอาเซียน Go-Mart แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนดีมานด์ และ Go-Send รับส่งเอกสารในพื้นที่
ทั้งนี้ นาเดียมยังได้รับเกียรติร่วมรับประทานอาหารกับประธานาธิบดี โจโกวี เป็นการส่งสัญญาณบ่งบอกที่ชัดเจนของรัฐบาลอินโดนีเซียว่า ต้องการสนับสนุนบริการขนส่งทางเลือกของประเทศ ที่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชากรตลอดจนกระจายรายได้ให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งตัวประธานาธิบดีเองก็สนับสนุนเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพในประเทศที่เชื่อถือได้อย่างเต็มที่
พร้อมกล่าวถึงเคล็ดลับการทำธุรกิจว่า สตาร์ทอัพต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาเล็กๆ ของประชากร ครอบคลุมความต้องการของสังคมส่วนใหญ่ จากนั้นต้องเปลี่ยนธุรกิจบริการให้เข้าสู่โลกออนไลน์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน ที่สำคัญต้องไม่ลืมสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมโดยการกำกับดูแลค่าบริการไม่ให้สูงเกินจริง ตลอดจนควบคุมพฤติกรรมบุคลากรให้เป็นที่น่าประทับใจ
เพราะนั่นคือหัวใจของธุรกิจบริการ







