
จีเอ็มยื่นกลต.จ่อขายไอพีโอ
จีเอ็มเดินหน้าประกาศขายหุ้นไอพีโอ หวังระดมทุนปลดแอกตัวเองจากการถูกครอบงำโดยรัฐบาลมะกันเจนเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ตัดสินใจยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อคณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารงานได้อย่างเป็นอิสระ และไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หลังจีเอ็มตกอยู่ในภาวะล้มละลาย เอเอฟพี รายงานว่า การประกาศขายหุ้นของจีเอ็มให้แก่ประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ คาดว่าจะระดมทุนได้ราว 1.21.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นการกระจายหุ้นในตลาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ รองจากการประกาศขายหุ้นไอพีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ เมื่อเดือน มี.ค. 2551 ซึ่งในครั้งนั้นสามารถระดมทุนได้ถึง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กระนั้นก็ตาม จีเอ็มยังไม่เปิดเผยถึงจำนวนหุ้นที่จะนำออกจำหน่าย รวมทั้งราคาเริ่มต้นของหุ้นที่นำออกขายแต่อย่างใด โดยในแถลงการณ์ของจีเอ็มระบุเพียงว่า สภาพตลาดรวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ในช่วงที่มีการเสนอขายหุ้น จะเป็นตัวกำหนดจำนวนหุ้นที่จะเปิดขาย ทั้งนี้คาดว่าการประกาศขายหุ้นดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้รายงานยังระบุด้วยว่าการ
จีเอ็มเดินหน้าประกาศขายหุ้นไอพีโอ หวังระดมทุนปลดแอกตัวเองจากการถูกครอบงำโดยรัฐบาลมะกัน
เจนเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ตัดสินใจยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อคณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารงานได้อย่างเป็นอิสระ และไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หลังจีเอ็มตกอยู่ในภาวะล้มละลาย
เอเอฟพี รายงานว่า การประกาศขายหุ้นของจีเอ็มให้แก่ประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ คาดว่าจะระดมทุนได้ราว 1.21.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นการกระจายหุ้นในตลาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ รองจากการประกาศขายหุ้นไอพีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ เมื่อเดือน มี.ค. 2551 ซึ่งในครั้งนั้นสามารถระดมทุนได้ถึง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
กระนั้นก็ตาม จีเอ็มยังไม่เปิดเผยถึงจำนวนหุ้นที่จะนำออกจำหน่าย รวมทั้งราคาเริ่มต้นของหุ้นที่นำออกขายแต่อย่างใด โดยในแถลงการณ์ของจีเอ็มระบุเพียงว่า สภาพตลาดรวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ในช่วงที่มีการเสนอขายหุ้น จะเป็นตัวกำหนดจำนวนหุ้นที่จะเปิดขาย ทั้งนี้คาดว่าการประกาศขายหุ้นดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้
รายงานยังระบุด้วยว่าการเปิดขายหุ้นครั้งนี้ จะเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนทั้งในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและโทรอนโต ทั้งนี้การตัดสินใจขายหุ้นไอพีโอดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่จีเอ็มเพิ่งออกมาประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ไม่ถึงสัปดาห์ และคาดว่าตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 2 จะดีต่อเนื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นไอพีโอต่อสาธารณชนในครั้งนี้ จะช่วยให้จีเอ็มสามารถระดมทุนในตลาดเพื่อนำมาชดใช้หนี้สินให้กับรัฐบาลสหรัฐ ที่ทางจีเอ็มได้ขอความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในช่วงที่อยู่ในภาวะล้มละลาย ส่งผลให้รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นในบริษัทถึง 61%
เจนเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ตัดสินใจยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นครั้งแรก (ไอพีโอ) ต่อคณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารงานได้อย่างเป็นอิสระ และไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หลังจีเอ็มตกอยู่ในภาวะล้มละลาย
เอเอฟพี รายงานว่า การประกาศขายหุ้นของจีเอ็มให้แก่ประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ คาดว่าจะระดมทุนได้ราว 1.21.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นการกระจายหุ้นในตลาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ รองจากการประกาศขายหุ้นไอพีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ เมื่อเดือน มี.ค. 2551 ซึ่งในครั้งนั้นสามารถระดมทุนได้ถึง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
กระนั้นก็ตาม จีเอ็มยังไม่เปิดเผยถึงจำนวนหุ้นที่จะนำออกจำหน่าย รวมทั้งราคาเริ่มต้นของหุ้นที่นำออกขายแต่อย่างใด โดยในแถลงการณ์ของจีเอ็มระบุเพียงว่า สภาพตลาดรวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ในช่วงที่มีการเสนอขายหุ้น จะเป็นตัวกำหนดจำนวนหุ้นที่จะเปิดขาย ทั้งนี้คาดว่าการประกาศขายหุ้นดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้
รายงานยังระบุด้วยว่าการเปิดขายหุ้นครั้งนี้ จะเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนทั้งในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและโทรอนโต ทั้งนี้การตัดสินใจขายหุ้นไอพีโอดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่จีเอ็มเพิ่งออกมาประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ไม่ถึงสัปดาห์ และคาดว่าตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 2 จะดีต่อเนื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นไอพีโอต่อสาธารณชนในครั้งนี้ จะช่วยให้จีเอ็มสามารถระดมทุนในตลาดเพื่อนำมาชดใช้หนี้สินให้กับรัฐบาลสหรัฐ ที่ทางจีเอ็มได้ขอความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในช่วงที่อยู่ในภาวะล้มละลาย ส่งผลให้รัฐบาลเข้ามาถือหุ้นในบริษัทถึง 61%







