
‘มะกัน-จีน’เร่งใช้เอฟทีเอ
ผู้นำสหรัฐเร่งใช้ทีพีพีไม่ต้องรอสัตยาบัน ด้านจีนผลักดันเจรจาอาร์เซ็ป ในเวทีอาเซียนซัมมิต
ผู้นำสหรัฐเร่งใช้ทีพีพีไม่ต้องรอสัตยาบัน ด้านจีนผลักดันเจรจาอาร์เซ็ป ในเวทีอาเซียนซัมมิต
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) เริ่มบังคับใช้มาตรการตามข้อตกลงแม้จะยังไม่ผ่านการให้สัตยาบัน ในระหว่างการเดินทางเยือนลาว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงเวียงจันทน์ วันที่ 6-8 ก.ย.
โอบามายังใช้โอกาสนี้ยืนยันกับประเทศสมาชิกทีพีพี ว่า สหรัฐจะสามารถผ่านการให้สัตยาบันในข้อตกลงดังกล่าว เพื่อเดินหน้ายุทธศาสตร์ปรับสมดุลอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนในเอเชีย ท่ามกลางความคลางแคลงใจของประเทศสมาชิก เนื่องจากสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐแสดงจุดยืนว่าจะยังไม่ให้สัตยาบันในปีนี้ อีกทั้งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งต่อในปีหน้า ก็แสดงท่าทีคัดค้านข้อตกลงดังกล่าว
ขณะเดียวกัน โกลบอลไทมส์ กระบอกเสียงของจีน ระบุว่า อาเซียนและจีนจะกลับมาพัฒนาความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนอีกครั้ง หลังเผชิญความขัดแย้งในเรื่องทะเลจีนใต้ โดยคาดว่าจีนจะประกาศโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจหลายด้านในการประชุมครั้งนี้ ครอบคลุมถึงความร่วมมือการค้า การแลกเปลี่ยนทรัพยากรบุคคล
ด้าน ซู ปู้ เจ้าหน้าที่ทูตจีนประจำอาเซียน ระบุกับซินหัวว่า ทั้งจีนและอาเซียนจะเน้นพัฒนาข้อตกลงการค้าเสรี และจะเร่งผลักดันการเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่จีนจะใช้ขึ้นมาต่อกรกับทีพีพีของสหรัฐ ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้
อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น รายงานว่า บรรดาผู้นำประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ในการทำตามเป้าหมายสรุปผลการเจรจาข้อตกลงในสิ้นปีนี้ โดยการเจรจาเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยังไม่ได้ลงรายละเอียด ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าอาจจะมีการเลื่อนการสรุปข้อตกลงไปเป็นปีหน้า โดยผู้นำชาติสมาชิกอาร์เซ็ปจะออกแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงนี้ หลังการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก วันที่ 8 ก.ย.
เดโบรา เอลม์ส กรรมการฝ่ายบริหารของสำนักงานการค้าเอเชียในสิงคโปร์ ระบุว่า อาร์เซ็ปเป็นข้อตกลงที่ต่อรองยาก และเสนอว่าควรจะเริ่มจากการสนับสนุนโครงการนำร่องการเปิดเสรีการค้าก่อน แล้วเจรจาในประเด็นอื่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดว่ามีความเป็นไปได้ 3 อย่าง คือ สมาชิกอาร์เซ็ปจะประกาศร่วมว่าจะสรุปข้อตกลงในปีนี้ตามเป้าหมาย หรือประกาศว่าจะเจรจาไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่พอใจทุกฝ่าย และประกาศโครงการนำร่องเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าได้บรรลุการดำเนินการบางอย่างก่อนที่จะเจรจาในประเด็นรายละเอียดต่อไป







