
โคโลรี่ แอนิเมชั่นฯ สตาร์ทอัพเวียดนาม
บริษัท โคโลรี่ แอนิเมชั่นสตูดิโอ (Colory Animation Studio) ผู้ผลิตแอนิเมชั่น ทั้งภาพยนตร์ โฆษณา การ์ตูน และเกม
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
บริษัท โคโลรี่ แอนิเมชั่นสตูดิโอ (Colory Animation Studio) ผู้ผลิตแอนิเมชั่น ทั้งภาพยนตร์ โฆษณา การ์ตูน และเกม ถือเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ (สตาร์ทอัพ) ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นหลักๆ ที่มีส่วนพัฒนาวงการสู่ระดับสากล พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเวียดนามภายใต้การบริหารของคนรุ่นใหม่ ดว่านเจิ่น แอ็ง ต๋วน ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดังกล่าวสำหรับบริษัทถือเป็นกิจการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดย ดว่าน เจิ่น แอ็ง ต๋วน และเพื่อนๆ ของเขา ได้เริ่มต้นสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นมาตั้งแต่ปี 2552 ผลิตแอนิเมชั่น ซีรี่ส์ และหนังสั้น เพื่อปล่อยลงในสื่ออินเทอร์เน็ตยูทูบและโทรทัศน์ช่อง 3 ของเวียดนาม
ต๋วน ได้กล่าวถึงมุมมองด้านอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นในประเทศเวียดนามว่า เป็นตลาดที่มีศักยภาพด้วยคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาในแวดวงนี้มากขึ้น รวมถึงอีก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.อัตราค่าแรงงานที่ยังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ยังดึงดูดการลงทุน ทั้งจากบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส จีน ฯลฯ ที่มองว่า คนหนุ่มสาวเวียดนามสามารถเรียนรู้ได้จากต่างประเทศ และสร้างโอกาสให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ และ 2.ตลาดภาพยนตร์เวียดนามใหญ่พอสมควร และมีภาพยนตร์เวียดนามที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง เช่น Hoa Vang Trên C&s887; Xanh (Yellow Flowers on Green Grass) และ Em Là Bà N&s897;i C&s911;a Anh (Sweet 20) แสดงให้เห็นว่า คนเวียดนามพร้อมที่จะจ่ายเงินให้กับภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ ซึ่งไม่ยากที่จะหาภาพยนตร์เวียดนามที่สร้างรายได้ 3-5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในบ็อกซ์ออฟฟิศ
นอกจากนี้ เวียดนามนิวส์ ยังกล่าวถึงต๋วน ซึ่งได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากที่เขาติด 1 ใน 30 ของผู้ที่โดดเด่นสาขาต่างๆ จากนิตยสารฟอร์บส์ ประเทศเวียดนาม ในปี 2559 ซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญในด้านภาพยนตร์ และแอนิเมชั่น หลังจากที่เขาและทีมงานได้รับรางวัลจากการประกวดหนังแอนิเมชั่นประเภทผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนที่ดีที่สุด ครั้งแรกบนเวที โคเรียน คัลเจอรัล เซ็นเตอร์ (Korean Cultural Centre) ในเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันครั้งที่ 2 ในปีที่ผ่านมาของเวทีเดียวกัน โดยส่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องสั้นเข้าประกวด ในชื่อเรื่องAdventure of Egg, Lime and Chilli ที่แสดงในเห็นลักษณะเฉพาะของตัวละครที่มองว่าไม่ใช่แค่งานดีไซน์ แต่ยังเน้นการดำเนินเรื่องที่กระชับ มีความสดใสของตัวละคร และการสื่อสารที่เรียบง่าย ทำให้ชนะใจผู้รับชมที่ทำให้องค์ประกอบของภาพยนตร์แอนิเมชั่นน่าสนใจ
เขากล่าวว่า ทีมงานในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้งานออกมาประสบความสำเร็จได้โดยไม่มีข้อจำกัดของบทและภาษาทำให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการออกอากาศในต่างประเทศ พร้อมคาดหวังไปสู่การร่วมงานกับประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเขาได้มีโอกาสไปเยือนเกาหลีใต้ เพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นของเกาหลี และได้พบกับแรงบันดาลใจ เมื่อได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์แอนิเมชั่นที่เกาหลีใต้ ซึ่งงานแอนิเมชั่นเริ่มจากจุดด้อยที่สุด เปรียบเทียบได้กับเวียดนามในอดีตแต่ได้พัฒนาต่อเนื่อง และคนเวียดนามทำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแอนิเมชั่น เทียบเท่ากับประเทศเกาหลี ที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
และจากการเดินทางในครั้งนี้ พบว่าเทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่วิธีการคิดทัศนคติต่างหาก ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด
นอกเหนือจากความหวังที่จะทำให้ตลาดภาพยนตร์เวียดนามเติบโตขึ้น จากการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว ต๋วนและทีมงานยังคงเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาภาพยนตร์เวียดนามสู่ระดับสากลด้วย







