
ความเสี่ยง!
ความเสี่ยง ! ... คนปกติทั่วไปมักจะไม่อยากที่จะมี หากมีใครสักคนมาเยี่ยมพร้อมกับบอกว่า “คิดถึงจึงเอาความเสี่ยงมาฝาก” ก็คงเป็นเรื่องแปลกละค่ะ ทว่า ความเสี่ยงยิ่งสูงยิ่งมีผลตอบแทนดีอย่างที่คนที่นิยมซื้อขายหุ้นเขาชอบพูดกัน ดังนั้น หลายๆ คนอาจจะจัดตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้ที่ชอบความเสี่ยงสูง คือ “มีระดับการยอมรับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ”...
ความเสี่ยง ! ... คนปกติทั่วไปมักจะไม่อยากที่จะมี หากมีใครสักคนมาเยี่ยมพร้อมกับบอกว่า “คิดถึงจึงเอาความเสี่ยงมาฝาก” ก็คงเป็นเรื่องแปลกละค่ะ ทว่า ความเสี่ยงยิ่งสูงยิ่งมีผลตอบแทนดีอย่างที่คนที่นิยมซื้อขายหุ้นเขาชอบพูดกัน ดังนั้น หลายๆ คนอาจจะจัดตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้ที่ชอบความเสี่ยงสูง คือ “มีระดับการยอมรับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ”...
ที่จริง ชีวิตคนเราตั้งอยู่บนความเสี่ยงทั้งสิ้น ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่งเกิดมา คนที่โชคดีก็มีพ่อแม่คอยดูแล หรืออีกนัยหนึ่ง คือคอยแบกรับความเสี่ยงให้ลูก ลูกก็เป็นความเสี่ยงของพ่อแม่...ในห้องเรียนการบริหารความเสี่ยง “เชกา” ได้ถามลูกศิษย์ ว่า “คุณพ่อคุณแม่ ควบคุมเราได้กี่เปอร์เซ็นต์” ทั้งห้องมีเพียง 3-4 คนเท่านั้นที่ตอบว่าเกิน 50% นอกนั้น 20% บ้าง 30% บ้าง ทำให้รู้สึกเห็นใจคนเป็นพ่อแม่สมัยนี้เสียจริง “สิ่งใดที่ควบคุมยาก จัดการยาก ย่อมมีความเสี่ยงสูง” ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจกับความเสี่ยงของทั้งตนเองและลูก ยิ่งกว่าสิ่งใด...
เมื่อเติบโตก็ต้องตัดสินใจและรับความเสี่ยงด้วยตนเอง หลักคำสอนของศาสนาพุทธ สอนไว้ว่า “ผลย่อมเกิดจากเหตุ” เหตุปัจจัยดี ผลก็ย่อมที่จะออกมาดี... มีกุศลกรรมดีย่อมส่งผลดีต่อผู้ทำเป็นหลักการที่เยี่ยมยอดมาก ไม่ต้องเที่ยวไปหาคำตอบจากหมอดู ดังนั้น การบริหารให้เสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย อยู่ที่ตัวเราเองจะฉลาดเลือก ฉลาดรู้ว่าควรทำอย่างไร
เหตุปัจจัยของความเสี่ยงนั้นอยู่รอบๆ ตัวเราทั้งสิ้น สำหรับองค์กรธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วัฒนธรรม เทคโนโลยี รสนิยม โรค-ภัย ธรรมชาติ ข้อกำหนดกฎหมาย เป็นปัจจัยเสี่ยงทั้งนั้น ยกตัวอย่างเรื่องที่รัฐบาลเกาหลีได้ประกาศบังคับใช้ “มูลค่าสูงสุดของอาหาร (คนละ 30,000 วอน) ของขวัญ (ชิ้นละ 50,000 วอน) และเงินช่วยเหลือใส่ซอง (100,000 วอน) ที่ข้าราชการประจำ/การเมือง ผู้สื่อข่าว และครู อาจารย์สถานศึกษา จะรับได้” ซึ่งมีผลตั้งแต่ 28 ก.ย. 2559 เป็นต้นไปนั้น คาดว่าจะมีผลกระทบต่อผู้คนใน SME ของเกาหลี ราว 4 ล้านคน.... Korea Economic Research Institute คาดว่าจะมีมูลค่าความสูญเสียของยอดขาย ราว 11.6 ล้านล้านวอน (ราว 368,000 ล้านบาท! ) ... แบ่งเป็น ความสูญเสียในกลุ่มธุรกิจภัตตาคาร 8.5 ล้านล้านวอน กลุ่มสินค้าของขวัญอาหารพรีเมียม 1.97 ล้านล้านวอน สนามกอล์ฟ 1.1 ล้านล้านวอน
จากข้อมูลของ Statistics Korea ระบุว่า คนเกาหลีจ่ายค่าอาหารเกาหลีในการรับประทานอาหารนอกบ้าน เฉลี่ย 43,900 วอน/หัว บัดนี้ ร้านอาหารต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เริ่มปรับราคาและทำเมนูใหม่เซตละ 29,000 วอน/คน...เจ้าของร้านบ่นว่าแย่เหมือนกันค่ะ เพราะคุณภาพกับปริมาณก็ต้องลดลงด้วย กลัวว่าลูกค้าจะไม่พอใจ แต่ก็ต้องมีไว้เพื่อให้สามารถรองรับลูกค้ากลุ่มข้าราชการได้
ส่วน SME ผู้เลี้ยงวัวคุณภาพ ซึ่งชุดของขวัญเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ปลากุลบิแดดเดียว มะม่วงเกาะเชจู เป็นของขวัญยอดฮิตที่ให้ในเทศกาลต่างๆ ราคาเกินชุดละ 100,000 วอน ทั้งสิ้น กระทรวงเกษตรฯ คาดว่ากลุ่มวัว จะเสียรายได้ประมาณ 8,000 ล้านบาท ทั้งจากผู้ซื้อของขวัญและผู้บริโภคเนื้อวัวในภัตตาคาร...งานนี้ ผู้สูญเสียประโยชน์ แรกๆ ก็เดินประท้วงนะคะ แต่ในเมื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศก็ต้องปรับตัวให้อยู่ต่อไปได้ค่ะ...







