posttoday
จีนเมินผู้จัดการกองทุน นักลงทุนหันปรึกษา 'หุ่นยนต์'

จีนเมินผู้จัดการกองทุน นักลงทุนหันปรึกษา 'หุ่นยนต์'

20 สิงหาคม 2559

การพัฒนาของเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพของหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรเข้ามาทำหน้าที่ต่างๆ

โดย...อักษราภัค ลาภานันต์

การพัฒนาของเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพของหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรเข้ามาทำหน้าที่ต่างๆ แทนมนุษย์เริ่มแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับอุตสาห กรรมการเงินและภาคการลงทุนที่มีการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแม้แต่ภาคธนาคารและที่ปรึกษาด้านการลงทุนก็ยังเสี่ยงถูกระบบเทคโนโลยีแย่งงาน

หุ่นยนต์และระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคการลงทุน ซึ่งส่งแรงกระเพื่อมไปยังบรรดาธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนไม่น้อย หลังเริ่มมีกระแส “โรโบ-แอดไวเซอร์” ซึ่งเป็นการใช้ระบบประมวลข้อมูลสินทรัพย์อัตโนมัติ เพื่อให้คำปรึกษาด้านการลงทุน โดยมีให้เลือกหลากหลายโปรแกรมการลงทุน เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณอายุ การซื้อบ้าน หรือออมเงินเพื่อการศึกษาของลูก

บรรดานักลงทุนรายย่อยในจีนเริ่มหันไปใช้ระบบให้คำปรึกษาด้านการลงทุนจากหุ่นยนต์ดังกล่าวมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุน ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ตลาดทุนในประเทศอ่อนแอ และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยุ่งยากขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ ไชน่า เมอร์แชนท์ ซีเคียวริตี้ เปิดเผยว่า แม้โรโบ-แอดไวเซอร์จะยังถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมการเงิน แต่เชื่อว่าระบบดังกล่าวจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต และคาดการณ์ว่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของโรโบ-แอดไวเซอร์ในจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านล้านหยวน (ราว 31.27 ล้านล้านบาท) ในปี 2020 โดยคาดว่าจะเติบโตตามหลังการขยายตัวของธุรกิจ โรโบ-แอดไวเซอร์ ในสหรัฐ ที่เริ่มมีกระแสดังกล่าวหลายปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ เอ.ที.เคียร์เน่ บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการในสหรัฐ คาดการณ์ว่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของโรโบ-แอดไวเซอร์ในสหรัฐ จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 76.22 ล้านล้านบาท) ในปี 2020

ลอเรน หม่า หนึ่งในนักลงทุนรายย่อยในจีน เปิดเผยว่า เริ่มหันไปใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการลงทุนจากแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยนักลงทุนเลือกรูปแบบความต้องการในการลงทุนได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากกว่าการรับคำปรึกษาทางเลือกการลงทุนจากผู้จัดการบัญชีธนาคาร

“บรรดาผู้มีรายได้ระดับกลางในจีนล้วนพยายามหาช่องทางการลงทุน แต่มีทางเลือกไม่มากนัก ทำให้เทคโนโลยีการลงทุนผ่านโทรศัพท์มือถือกลายเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในหลายช่วงอายุ ไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น” หม่า ระบุ

นอกจากนี้ หลายฝ่ายมองว่า โรโบ-แอดไวเซอร์ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายมายังนักลงทุนรายย่อย โดยการให้คำปรึกษาการลงทุนหลายด้านที่มีค่าใช้จ่ายในระดับต่ำกว่าบรรดาผู้จัดการกองทุนรูปแบบเดิม

เศรษฐกิจไม่นิ่งกระตุ้นทางเลือกใหม่

ก่อนหน้านี้ บรรดานักลงทุนรายย่อยในจีนมักจะนิยมลงทุนในรูปแบบที่คุ้นเคย หรือลงทุนในสินทรัพย์เพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้นเท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นการลงทุนที่เหมาะสมหากเศรษฐกิจเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และขยายตัวอยู่ที่ราว 10% ต่อปี 

อย่างไรก็ดี ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมา ซ้ำยังเผชิญกับความผันผวนในตลาดหุ้น และค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง กลายเป็นปัจจัยสำคัญกระทบการลงทุนที่มีความหลากหลายต่ำ และยังช่วยกระตุ้นความต้องการของโรโบ-แอดไวเซอร์ รวมทั้งการให้คำปรึกษาที่เฉพาะเจาะจงลูกค้าแต่ละคนเพิ่มขึ้น

เจิ้ง หยูตง อดีตนายธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และซิตี้กรุ๊ป ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ “ซวนจี่” ผู้พัฒนาระบบโรโบ-แอดไวเซอร์บนแอพพลิเคชั่นที่ปรึกษาด้านการลงทุน ระบุว่า ปัจจัยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกระตุ้นให้นักลงทุนเริ่มพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายมากขึ้น และเริ่มกระจายความเสี่ยงไปในหลายตลาดมากขึ้น

นอกจากนี้ โรโบ-แอดไวเซอร์คิดค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 1% ของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของลูกค้าเท่านั้น ซึ่งดึงดูดนักลงทุนอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมการให้บริการของบรรดาผู้จัดการกองทุนที่สูงถึง 5% อีกทั้งโรโบ-แอดไวเซอร์ยังมีทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนที่กังวลกับการอ่อนค่าเงินหยวนได้อย่างมาก

ซวนจี่ ระบุเพิ่มเติมว่า ตั้งเป้าหมายให้บริการบรรดาผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ในจีน โดยได้บรรลุข้อตกลงขายระบบและเครื่องมือประเมินข้อมูลเพื่อให้คำปรึกษาออนไลน์กับบริษัทจัดการกองทุนรายแรกไปแล้ว ทั้งนี้ ซวนจี่เป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของ พินเทค กรุ๊ป แพลตฟอร์มให้บริการทางการเงิน ซึ่งมีหน่วยให้บริการทางการเงินหลากหลาย รวมทั้ง จิมูบอกซ์ ผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์

ทั้งนี้ บรรดาบริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ในสหรัฐหลายแห่ง เช่น แบล็กร็อก อิงก์ หรือ ฟิเดลลิตี้ อินเวสต์เมนต์ และอีกหลายแห่ง เริ่มหันมาพัฒนาระบบโรโบ-แอดไวเซอร์เป็นของตัวเอง หรือเข้าซื้อระบบดังกล่าวจากธุรกิจสตาร์ทอัพมาปรับใช้ในบริษัทแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า แนวโน้มการขยายตัวของการใช้โรโบ-แอดไวเซอร์จะขยายตัวไปยังจีนและประเทศเอเชียที่เหลือในไม่ช้า

เจนนอน คาพรอน ผู้ก่อตั้ง คาพรอนนาเชีย บริษัทวิจัยด้านการเงินในเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า ตลาดสำหรับโรโบ-แอดไวเซอร์ถือว่ามีขนาดใหญ่ และการขยายตัวก็มีแนวโน้มสูง

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ส ระบุว่า โรโบ-แอดไวเซอร์อาจจะต้องเผชิญกับปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะจากมาตรการควบคุมกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า-ออกประเทศอย่างเข้มงวดของทางการจีน รวมทั้งสภาพแวดล้อมทางธุรกิจหลายอย่างในจีนก็ไม่มีความแน่นอน โดยช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ออกกฎปราบปรามธุรกิจให้บริการสินเชื่อออนไลน์อย่างหนัก

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท