posttoday
ทำการค้าในรูปแบบบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล อย่างไหนดีกว่ากัน

ทำการค้าในรูปแบบบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล อย่างไหนดีกว่ากัน

17 สิงหาคม 2559

โดย...ดร.ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ ผู้บริหาร K-Expert ธนาคารกสิกรไทย

โดย...ดร.ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ ผู้บริหาร K-Expert ธนาคารกสิกรไทย

ปัจจุบันมีบุคคลธรรมดาจำนวนไม่น้อยทำธุรกิจแบบหลบเลี่ยงการแสดงรายได้และการจ่ายภาษี ซึ่งผิดกฎหมาย และยังบั่นทอนผู้ประกอบกิจการรายอื่นที่ทำมาค้าขายตามกติกา เพราะกลุ่มที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดานั้นมักเข้ามาตัดราคาแย่งตลาด ทำให้โดยรวมแล้วเศรษฐกิจของประเทศไม่เติบโตได้ดีเท่าที่ควรเป็น

แต่ไม่ได้หมายความว่าบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจจะเป็นผู้หลบเลี่ยงภาษีทุกคน เพราะยังมีหลายท่านที่ยื่นแบบประเมินภาษีโดยแสดงเงินได้ประเภทอื่นๆ เหล่านี้อยู่ โจทย์ของภาครัฐคือจะทำอย่างไรให้ผู้มีรายได้ประเภทดังกล่าวแสดงรายได้อย่างถูกต้องและโปร่งใสมากขึ้น

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปนิติบุคคล ด้วยการลดแรงจูงใจ (Disincentives) ในการทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา กล่าวคือผู้ที่มีเงินได้ประเภท 40 (7) จากการรับเหมาในลักษณะเป็นผู้จัดหาวัสดุ และผู้มีเงินได้ประเภท 40 (8) คือจากการพาณิชย์และธุรกิจอื่นๆ จะหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาไม่เกินร้อยละ 60 ของรายได้ จากเดิมที่หักร้อยละ 70 และร้อยละ 60 ถึง 85 ตามลำดับ

พร้อมกันนี้ก็สร้างแรงจูงใจ (Incentives) ในการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อจะได้ใช้มาตรฐานการบัญชีแสดงรายได้และรายจ่ายที่สะท้อนสภาพธุรกิจ โดยให้สิทธิประโยชน์สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบไปจนถึงสิ้นปี 2560 สามารถนำค่าจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ค่าทำบัญชี และค่าสอบบัญชี มาหักค่าใช้จ่ายได้สองเท่าเป็นระยะเวลาห้ารอบบัญชี

การเป็นนิติบุคคลอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน เพราะต้องปฏิบัติตามระเบียบต่างๆ เช่น การเรียกประชุมผู้ถือหุ้น การจัดทำบัญชี การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นต้น รวมทั้งมีต้นทุนการเงินเกิดขึ้น เช่น ค่าทำบัญชี และค่าสอบบัญชี เป็นพื้นฐาน ดังนั้น การทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาจึงเหมาะกับผู้ที่เริ่มทดลอง หรือคิดว่าจะทำชั่วคราวโดยไม่ยึดเป็นอาชีพ เพราะอยากหยุดอยากเลิกเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่องง่าย เพียงแต่ต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบประเมินตาม ภ.ง.ด.90 เท่านั้น

แต่หากตกลงปลงใจอยากยึดธุรกิจนั้นเป็นอาชีพแล้ว คำแนะนำจาก K-Expert คือให้ไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะเรื่องต้นทุนการเงินหรือการจัดการที่ดูวุ่นวายนั้น เอาเข้าจริงก็เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก นอกจากนี้ การเป็นนิติบุคคลยังมีข้อได้เปรียบกว่าการเป็นบุคคลธรรมดาหลายประการ

สมมติว่าธุรกิจที่ทำคือการขายของออนไลน์แบบซื้อมาขายไป เมื่อรายได้เกิดในปี 2560 บุคคลธรรมดาจะหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 60 ของรายได้ และนำไปคำนวณภาษีตามฐานร้อยละ 5 ถึง 35 ส่วนนิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริง โดยสมมติเพิ่มเติมว่ามีต้นทุนสินค้าคิดเป็นร้อยละ 60 ของรายได้ ค่าทำบัญชี 3,000 บาท/เดือน ค่าสอบบัญชี 1 หมื่นบาท/ปี ซึ่งนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า และคิดฐานภาษีที่ร้อยละ 15 ถึง 20

ตารางที่ประกอบไว้ แสดงผลประโยชน์ในรูปของกระแสเงินสด กล่าวคือเงินที่จะเพิ่มขึ้นจากเงินสดรับจากการขายของ หักด้วยเงินสดจ่ายค่าสินค้า ภาษี และค่าจัดการต่างๆ ภายใต้ระดับรายได้สามแบบ คือ 1.2 ล้านบาท 2.4 ล้านบาท และ 3.6 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าในกรณีที่รายได้ไม่สูงนัก การเป็นบุคคลธรรมดาจะได้ประโยชน์เชิงการเงินมากกว่า เนื่องจากนิติบุคคลต้องจ่ายเงินไปกับค่าจัดการต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็จ่ายภาษีน้อยกว่าบุคคลธรรมดาเนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ทั้งนี้ เมื่อระดับรายได้สูงขึ้น ประโยชน์ของการเป็นนิติบุคคลจะเห็นได้ชัดเจน เพราะฐานภาษีสูงสุดที่ร้อยละ 15 ขณะที่บุคคลธรรมดาจะทะลุขึ้นไปที่ระดับร้อยละ 25 สำหรับกรณีตัวอย่าง

การขยายธุรกิจย่อมหมายถึงการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องจักร หรือสำนักงานมารองรับการขยายกิจการด้วย ซึ่งสามารถนำไปแสดงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ ขณะที่การทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาจะไม่ได้รับประโยชน์มากนัก ครั้นจะดำเนินการหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง ก็ต้องจัดการเรื่องเอกสารซึ่งก็ใกล้เคียงกับวิธีปฏิบัติของนิติบุคคลไปแล้ว นอกจากนี้ การคิดจะจ้างพนักงานมาช่วยให้เราดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นนั้น การเป็นนิติบุคคลจะเรียกความเชื่อใจได้ดีกว่าการจ้างโดยบุคคลธรรมดา

สุดท้ายคือเรื่องของโอกาสในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ เพราะสถาบันการเงินจะขอดูงบการเงินเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาวงเงิน หากได้รับการอนุมัติก็จะเข้าถึงแหล่งเงินด้วยต้นทุนดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 10 ถึง 16 ต่อปี ซึ่งก็มักต่ำกว่าการขอสินเชื่อส่วนบุคคล

สรุปง่ายๆ คือ หากคิดจะประกอบธุรกิจอย่างจริงจังแล้ว เตรียมตัวจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไปเลยดีกว่าครับ

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน