
หวั่นเยนทะยานไม่หยุด เอกชนญี่ปุ่นรายได้หด
บรรดาธุรกิจญี่ปุ่นต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากผลการลงประชามติออกจากอียูของอังกฤษ หรือเบร็กซิต
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
บรรดาธุรกิจญี่ปุ่นต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากผลการลงประชามติออกจากอียูของอังกฤษ หรือเบร็กซิต ที่ทำให้นักลงทุนต่างวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยน เป็นผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง และทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นต่อเหรียญสหรัฐถึง 17% แล้วในปีนี้ กระทบต่อภาพรวมรายได้และยอดขายของบรรดาธุรกิจญี่ปุ่น
ไดวา ซีเคียวริตีส์ กรุ๊ป วาณิชธนกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น คาดการณ์ว่ารายได้ของ บริษัทรายใหญ่ในญี่ปุ่น 200 แห่ง มีแนวโน้มลดลงราว 3.6% ในปีงบประมาณนี้ หากเงินเยนแข็งค่าขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 100 เยน/เหรียญสหรัฐ หรือ 115 เยน/ยูโร ขณะที่หากค่าเงินเยนอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 105 เยน/เหรียญสหรัฐ กำไรของธุรกิจเหล่านี้จะลดลงอีก 0.5% โดยปัจจุบันค่าเงินเยนอยู่ที่ระดับ 102 เยน/เหรียญสหรัฐ ในระหว่างการซื้อขายวันที่ 5 ก.ค.
ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยไอเอชเอส ออโตเมทีฟ คาดการณ์ว่าเบร็กซิตจะส่งผลกระทบต่อยอดขายยานพาหนะทั่วโลกลดลง 2.8 ล้านคัน ในช่วงปัจจุบันจนถึงปี 2018
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ได้ทบทวนรายงานคาดการณ์ผลกระทบจากการลงประชามติของอังกฤษ โดยประเมินว่ากำไรจากการดำเนินการของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ลดลงอยู่ที่ 21% หรือ 1.78 ล้านล้านเยน (ราว 6.2 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณนี้
“ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอย่างหนักต่อบรรดาผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น” โกตะ ยูซาวา นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจรายใหญ่ในสหรัฐ ระบุ
บลูมเบิร์กเปิดเผยผลสำรวจนักวิเคราะห์ พบว่านักวิเคราะห์ต่างลดการคาดการณ์กำไรโดยเฉลี่ยของโตโยต้าลงอยู่ที่ 1.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.8 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณ เริ่มวันที่ 1 เม.ย. โดยหากเป็นไปตามการคาดการณ์ข้างต้น จะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่โตโยต้ามีกำไรลดลง
อีกทั้งนักวิเคราะห์ยังลดคาดการณ์ผลกำไรของนิสสัน มอเตอร์ และแคนนอน อิงก์ บริษัทผลิตกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพลงเช่นกัน โดยคาดว่าผลกำไรที่ลดลงจะหักลบกับมูลค่ารายรับจากต่างประเทศพอดี ขณะที่ความต้องการจากยุโรปที่ชะลอตัวก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกของญี่ปุ่น และความพยายามกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อของรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ต่อไป
“อาเบะโนมิกส์ไม่เป็นผลอีกแล้ว และการแข็งค่าของค่าเงินเยนจากเบร็กซิตจะกระทบญี่ปุ่นหนักที่สุด ทำให้กำไรของธุรกิจญี่ปุ่นลดลง โดยยิ่งเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากเท่าไหร่ กำไรก็จะลดลงตาม ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเงินเยนอาจจะแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงถึงระดับ 90 เยน/เหรียญสหรัฐ ด้วยซ้ำ” ทาคูจิ โอกุโบะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเจแปน มาโคร แอดไวเซอร์ บริษัทที่ปรึกษาทาเศรษฐกิจในกรุงโตเกียว ระบุ
ล่าสุด โตโยต้า ระบุว่า จะยังคงดำเนินตามแผนการผลิตรถยนต์ 3 ล้านคันในญี่ปุ่นสำหรับปีนี้ โดยระบุว่าระบบการผลิตของโตโยต้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยชั่วคราว เช่น อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยจะพิจารณาความผันผวนของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจประกอบกัน
ด้าน นิสสัน ระบุว่า ต้องการให้อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศมีเสถียรภาพมากกว่านี้ โดยทางนิสสันได้พยายามสร้างกลไกทางธุรกิจเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินมาตลอด ส่วน ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ป ระบุว่า ค่าเงินรูปีและยูโรเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายรับของบริษัทมากที่สุด
ทากาชิ อิวาซึกิ กรรมการฝ่ายขายในต่างประเทศของซูซูกิ แถลงกับผู้ถือหุ้นก่อนหน้านี้ว่า จะดำเนินการลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและลดการผลิตในญี่ปุ่น เพื่อรับมือกับค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
ขณะที่ วาโก้ โฮลดิ้งส์ คอร์ป ผู้ผลิตชุดชั้นในสัญชาติญี่ปุ่น เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาย้ายโกดังในอังกฤษหากเบร็กซิตทำให้มีการขึ้นกำแพงภาษีการค้า
ด้าน เอ็ดวิน เมอร์เนอร์ ประธานแอตแลนติส อินเวสต์เมนต์ รีเสิร์ช บริษัทให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในญี่ปุ่น ระบุว่า บรรดาผู้ส่งออกจะเผชิญปัญหาหนัก เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอัตราแลกเปลี่ยนเหล่านี้ทำให้ธุรกิจปรับตัวไม่ทัน
นอกจากนี้ ผลประกอบการภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มลดลงเหล่านี้ อาจเพิ่มแรงกดดันต่อ ฮารูฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ให้ออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มในการประชุมนโยบายวันที่ 28-29 ก.ค.นี้
ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคบริการเดือน มิ.ย. จัดทำโดยนิกเกอิ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 48.1 จุด แต่ยังคงอยู่ในแดนหดตัว หรือต่ำกว่า 50 จุด ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในทิศทางเดียวกับข้อมูลของรัฐบาลที่บ่งชี้ว่า การใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เป็นผลมาจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
ขณะเดียวกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตลดลงอยู่ที่ 50 จุดในเดือน มิ.ย. แม้ว่าดัชนีภาคการบริการจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางบวกอยู่ที่ 53.7 จุด ส่งสัญญาณการบริโภคของภาคครัวเรือนในจีนเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตามดัชนีพีเอ็มไอของไซซิ่น ซึ่งสะท้อนภาคธุรกิจขนาดเล็กของจีน กลับลดลงอยู่ที่ 48.6 จุด ต่ำสุดในรอบ 4 เดือน







