posttoday
ญี่ปุ่นกุมขมับรับเยนแข็ง ส่งออกหด-นักท่องเที่ยวหาย

ญี่ปุ่นกุมขมับรับเยนแข็ง ส่งออกหด-นักท่องเที่ยวหาย

21 มิถุนายน 2559

ภาวะทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในเดือน พ.ค. ยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ตั้งเป้าไว้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ภาวะทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในเดือน พ.ค. ยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ตั้งเป้าไว้ โดยล่าสุด กระทรวงการคลังเปิดเผยตัวเลขส่งออกในเดือน พ.ค. ร่วงลงถึง 11.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะเหล็กและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 10%

เช่นเดียวกับภาคการนำเข้าในเดือนเดียวกันที่ปรับตัวลง 13.8% โดยการนำเข้าจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ลดลง 10.9% ส่งผลให้ตัวเลขการค้าขาดดุลที่ 4.07 หมื่นล้านเยน (ราว 1.36 หมื่นล้านบาท) ถือเป็นการขาดดุลทางการค้าครั้งแรกในปีนี้ เนื่องจากแรงซื้อในตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว และเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกลดลง โดยเฉพาะการส่งออกไปประเทศคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีนที่ลดลงถึง 14.9% การส่งออกไปสหรัฐร่วงลง 10.7% เช่นเดียวกับการส่งออกไปยุโรปที่ร่วงลง 4%การส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียก็ร่วงลง 13% และการส่งออกไปอาเซียนลดลง 10.5%

อัทสึชิ ทาเกดะ นักเศรษฐศาสตร์ของ อิโตชู บริษัทเทรดดิ้งรายใหญ่ในญี่ปุ่น ระบุว่า ความกังวลประเด็นการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ หรือเบร็กซิต และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่นั้น อาจทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นนานกว่าที่คาด และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย

ขณะที่ ฮิโรอากิ มุโต นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัย โตไก โตเกียว คาดการณ์ว่า ภาคการส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวในเดือน ก.ค.-ก.ย. และยืนยันว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างแน่นอน แต่เงินเยนที่แข็งค่าก็ยังคงเป็นอีกปัญหาหนึ่ง โดยในปีนี้เงินเยนแข็งค่าขึ้นแล้วกว่า 15% เทียบกับเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากเงินเยนยังคงปรับตัวขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคการส่งออก และอาจทำให้บริษัทในญี่ปุ่นไม่ปรับขึ้นค่าแรง รวมทั้งระงับการใช้จ่ายสำหรับการลงทุน

จากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความกังวลว่าเยนอาจแข็งแตะระดับ 100 เยน/เหรียญสหรัฐได้ โดย เอซึเกะ ซากากิบาระ อดีตรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่เงินเยนอาจพุ่งแตะ 100 เยน/เหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปีนี้ หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นกว่า 4% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ซากากิบาระ ระบุว่า หากเยนแข็งค่าแตะ 100 เยน/เหรียญสหรัฐ ก็มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเข้าแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งสหรัฐคงไม่เห็นด้วย แต่หากเยนแข็งเข้าใกล้ 90 เยน/เหรียญสหรัฐ ก็มีแนวโน้มที่สหรัฐจะยอมให้บีโอเจเข้าแทรกแซงค่าเงิน

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะรัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการปฏิรูปรายได้และตลาดแรงงานมากขึ้น โดยการดำเนินนโยบายในปัจจุบันไม่สามารถทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และการตั้งงบประมาณเกินดุล เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนด

ขณะที่การปฏิรูปโครงสร้างการเงินของประเทศ ซึ่งเป็นธนูดอกที่ 3 ตามนโยบายเศรษฐกิจ อาเบะโนมิกส์ ก็ไม่เห็นผลมากนักในการฟื้นเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนะให้ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีขายจากระดับปัจจุบันที่ 8% เป็นอย่างน้อย 15% เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอัตราการขยายตัวและเสถียรภาพการคลัง

นักท่องเที่ยวหนีเยน

เงินเยนที่แข็งค่าไม่เพียงสร้างความกังวลในภาคการส่งออกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในประเทศด้วย โดยกรมท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลง จากเดือน ม.ค. ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 52% ลดลงเหลือ 18% ในเดือน เม.ย. และ 15% ในเดือน พ.ค. เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดคุมาโมโตะ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา และเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น

หนังสือพิมพ์นิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางเยือนญี่ปุ่นกว่า 4.99 ล้านคนในปี 2015 ปรับตัวลดลงราว 10% หรือต่ำกว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าเทียบกับสกุลหยวน จาก 18 เยน/หยวน เป็น 16 เยน/หยวน ส่งผลให้ยอดค้าปลีกญี่ปุ่นเดือน เม.ย. ลดลง 0.8% สวนทางกับยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. ปรับตัวลงน้อยกว่าช่วงก่อนหน้าที่ 9.8% จาก 20.6% ในเดือน ก.พ.

เอเชียเสี่ยงเบร็กซิตแค่บางส่วน

จากกระแสความกังวลว่าการถอนตัวออกจากอียูของอังกฤษอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเอเชียนั้น แดน สไตน์บ็อค นักวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจ ระบุว่า เศรษฐกิจของเอเชียจะได้รับผลกระทบจากการถอนตัวออกแค่บางส่วนเท่านั้นในกลุ่มประเทศอดีตอาณานิคมที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะ ฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ และมีความเชื่อมโยงกับอังกฤษผ่านการลงทุนและระบบการเงิน ขณะที่บังกลาเทศ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย จะได้รับผลกระทบรองลงมา

ส่วนประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีน แม้ประเทศคู่ค้ารายใหญ่จะเป็นสหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไม่ใช่อังกฤษ แต่หลังจากที่จีนเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านค่าเงินโดยมีฮ่องกงเป็นตัวกลาง เช่นเดียวกับการมีส่วนร่วมในธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี)&O5532; ซึ่งมีจีนเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ส่งผลให้จีนอาจได้รับผลกระทบจากเบร็กซิตได้

อย่างไรก็ตาม สไตน์บ็อค ระบุว่า ไม่ว่าผลการลงประชามติจะอยู่ต่อหรือถอนตัว ผลประโยชน์จากการส่งออกของอียูไปยังตลาดเอเชียก็ยังคงปรับตัวลง เนื่องจากหากอยู่ต่อ ยุโรปอาจเผชิญกับปัญหาที่ตามมา แต่หากอังกฤษถอนตัว การบูรณาการร่วมกันของอียูในอนาคตอาจชะลอตัวลง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก