
ไทยดึงมาตรฐานญี่ปุ่นร่วมทุนฟาร์มไข่ไก่สดระดับพรีเมียมแห่งแรกในอาเซียน
ญี่ปุ่นดึงไทยร่วมทุนธุรกิจฟาร์มไข่ไก่ระดับพรีเมียมเจาะเออีซี รับโอกาสการบริโภคในเพื่อนบ้านเติบโตสูง
ญี่ปุ่นดึงไทยร่วมทุนธุรกิจฟาร์มไข่ไก่ระดับพรีเมียมเจาะเออีซี รับโอกาสการบริโภคในเพื่อนบ้านเติบโตสูง
นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองประธานบริษัท แสงทอง สหฟาร์ม และบริษัท อัครากรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุน (เจวีซี) กับบริษัท ไอเซ ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท อัครา-ไอเซ ใช้ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลผลิตไข่ไก่สด และสินค้าแปรรูปจากไข่ไก่สไตล์ญี่ปุ่นระดับบน (พรีเมียม) เป็นรายแรกในไทยและอาเซียน คาดพร้อมทำตลาดในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้
สำหรับในปีแรกใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการผลิตกว่า 100 ล้านบาท และอีก 50 ล้านบาท ทำตลาดผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สด ภายใต้แบรนด์โมริ-ทามะ (Mori-Tama) ชูจุดเด่นสินค้าด้านเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานประเทศญี่ปุ่น ที่ปลอดสารปนเปื้อนตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงได้ผลผลิตไข่ไก่สดจากฟาร์ม
ทั้งนี้ ในระยะแรกบริษัทวางแผนผลิตไข่ไก่สดซีรี่ส์พรีเมียมในเบื้องต้นราว 4 แสนฟอง/วัน โดยมีโรงงานผลิตสินค้า 2 แห่ง คือ แสงทอง สหฟาร์มที่ตั้งอยู่ใน จ.นครนายก และชัยภูมิ ซึ่งนอกจากจะทำตลาดในไทยแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสขยายการทำตลาดไข่ไก่ที่ได้จากผลผลิตของฟาร์มไปยังตลาดอาเซียน คาดจะเข้าไปทำตลาดในสิงคโปร์ประเทศแรก
ขณะเดียวกันมองว่าตลาดไข่ไก่สดในประเทศเพื่อนบ้านยังมีอัตราการเติบโตสูงอีกมาก จากความต้องการบริโภคที่จะขยายเพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อ เช่น เมียนมามีการบริโภคไข่ไก่เฉลี่ย 80-100 ฟอง/คน/ปี ซึ่งถือว่ายังน้อยอยู่ เมื่อเทียบกับคนไทยเฉลี่ย 200 ฟอง/คน/ปี หรือ มาเลเซียเฉลี่ย 210-220 ฟอง/คน/ปี ส่วนสิงคโปร์มีการบริโภคสูงอยู่ที่ 300 ฟอง/คน/ปี แต่ปัจจุบันการส่งออกไข่ไก่สดในประเทศเพื่อนบ้านยังติดข้อกฎหมาย เช่น การกำหนดให้ไข่ไก่สดเป็นสินค้าทางการเกษตรที่ควบคุม แต่หากแปรรูปไข่ไก่แล้วก็จะเข้าตลาดได้ง่ายกว่า
ทั้งนี้ บริษัทอาจใช้วิธีแปรรูปไข่ไก่สดระดับพรีเมียม หรือใช้ไข่ไก่สดซีรี่ส์ปกติเข้าไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดและกำลังซื้อผู้บริโภคแต่ละประเทศ ส่วนการทำตลาดในไทยปีแรกจะเร่งให้ความรู้ตลาดด้านไข่ไก่สดพรีเมียม พร้อมวางเป้าหมายยอดขายราว 5 หมื่นฟอง/วัน







