posttoday
กระตุ้นภาคบริการชุดใหญ่ ดึงคนจีนใช้เงินในประเทศ

กระตุ้นภาคบริการชุดใหญ่ ดึงคนจีนใช้เงินในประเทศ

31 พฤษภาคม 2559

โดดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

หนึ่งในความพยายามที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับท้องถิ่นภายในประเทศ รวมทั้งกระตุ้นให้ชาวจีนที่นิยมเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยในยุโรปหรือเกาหลีใต้ หันมาท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น เริ่มเห็นผลหลังทางการได้สนับสนุนให้มีการตั้งศูนย์การค้าปลอดภาษีทางตอนใต้ของเกาะไห่หนาน เพื่อหวังให้กระแสเงินมหาศาลหมุนเวียนอยู่ในประเทศ

ทางการจีนได้ออกมาตรการใหม่ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนสามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีกี่ครั้งต่อปีก็ได้ แต่เป็นมูลค่าทั้งปีรวมกันไม่เกิน 1.6 หมื่นหยวน (ราว 8.69 หมื่นบาท) รวมทั้งร้านค้าสามารถขายสินค้าได้ทางออนไลน์สำหรับสินค้าคอลเลกชั่นเดียวกับที่วางขายในสนามบิน จากเดิมที่กฎหมายจำกัดให้ผู้บริโภคชาวจีนสามารถซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีได้สูงสุดเพียง 8,000 หยวน (ราว 4.34 หมื่นบาท) และไม่เกิน 2 ครั้ง/ปีเท่านั้น

หลังจากบังคับใช้มาตรการใหม่นี้ ทำให้ยอดขายสินค้าปลอดภาษีในเครือของเอชเอ็นเอ กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในจีน เพิ่มสูงขึ้นเป็น 160% ด้านไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล เซอร์วิส คอร์ป (ซีไอทีเอส) บริษัทผู้เป็นเจ้าของศูนย์การค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดภายใต้รัฐบาลจีน ที่ได้เปิดศูนย์การค้าปลอดภาษีแห่งแรกของประเทศในเมืองซานยา บนเกาะไห่หนาน เมื่อปี 2014 ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล 9 สนาม และมีร้านค้าถึง 300 ร้าน ก็กำลังกอบโกยยอดขายมหาศาลจากมาตรการผ่อนปรนนี้

ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้ประกาศโครงการตั้งศูนย์การค้าปลอดภาษีเพิ่ม 19 แห่งทั่วประเทศ หลังจากที่ยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือยในร้านค้าปลอดภาษีลดลง 2% ในปี 2015 ซึ่งบรรดานักลงทุนต่างโทษว่าเป็นผลมาจากโครงการรณรงค์ต่อต้านการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่มีฐานะร่ำรวย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

รายงานของ เบน คอนซัลแทนซี บริษัทที่ปรึกษาในสหรัฐ พบว่าการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยของชาวจีนเกือบ 80% เป็นการซื้อสินค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกรุงปารีส ลอนดอน และโตเกียว

ด้าน เออร์วาน รามโบรก นักวิเคราะห์ของเอชเอสบีซีในฮ่องกง ระบุว่า บรรดาผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำ ต่างสังเกตเห็นว่าความต้องการสินค้าหรูหราจากชาวจีนจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต และจะค่อยๆ เพิ่มความต้องการซื้อจากในประเทศ

ทั้งนี้ ไห่หนานเป็นเมืองที่ใกล้กับกรุงฮานอยของเวียดนามมากกว่าปักกิ่ง เริ่มเปิดให้บริการร้านค้าปลอดภาษีตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งขายสินค้าในราคาถูกกว่าในศูนย์การค้าปลอดภาษีอื่นๆ ในจีนถึง 30% โดยการเปิดศูนย์การค้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลที่จะพัฒนาเกาะไห่หนานให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันการก่อสร้างที่พักอาศัยระดับหรูหราก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นในเกาะไห่หนาน ซึ่งมีชายหาดรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 60 แห่ง โดยขณะนี้มีโรงแรมในเมืองซานยามากกว่า 1,000 แห่ง และอีก 30 แห่งที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่เอชเอ็นเอก็วางแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึก สนามกีฬาระดับนานาชาติ และศูนย์แข่งรถ ไปจนถึงเกาะเทียมลักษณะเดียวกับเกาะปาล์มในดูไบ นอกจากนี้ เอชเอ็นเอยังระบุว่า ตั้งเป้าหมายเป็นแบรนด์ร้านค้าปลีกสินค้าปลอดภาษีแห่งแรกในจีนอีกด้วย

สถานการณ์ดังกล่าวสวนทางกับในฮ่องกง ซึ่งเซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ไม่นานว่า ร้านค้านาฬิกาหรู เฮล วินเนอร์ เตรียมขยายร้านค้าในมาเก๊าอย่างน้อย 9 แห่ง หลังจากปิดกิจการในฮ่องกง เช่นเดียวกับร้านค้าสินค้าหรูหราอื่นๆ อย่างเบอร์เบอรี่ ที่มียอดขายในฮ่องกงลดลงมากกว่า 20% ในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ก็เริ่มเล็งเห็นว่าการท่องเที่ยวในฮ่องกงเริ่มชะลอตัว และพยายามลดการลงทุนในหน่วยดังกล่าว หลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปฮ่องกงปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ทำให้ยอดขายร้านค้าปลีกในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาของฮ่องกงร่วงลงไปหนักที่สุดในรอบ 17 ปี

สวนสนุกแห่เจาะตลาดจีน

นอกจากการผลักดันการช็อปปิ้งในประเทศแล้ว การลงทุนด้านสวนสนุกที่ขยายตัวอย่างคึกคักยังคาดว่าจะช่วยให้มีเงินไหลเวียนในภาคการท่องเที่ยวของจีนเพิ่มขึ้นด้วย โดยทางการจีนคาดการณ์ว่ามีผู้เข้าเยี่ยมชมเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ แล้วเกือบ 1 ล้านคน ในช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ และคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในปี 2020 หลังรัฐบาลลงทุนกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 42%  ในปีที่ผ่านมา

“ผู้บริโภคจีนมีแนวโน้มใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครอบครัวที่มีลูกหลานจะต้องไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ ตราบเท่าที่สวนสนุกสามารถรองรับจำนวนลูกค้ามหาศาลนี้ได้และดำเนินการได้ดีพอ” ชอน เรียน กรรมการผู้จัดการบริษัท ไชน่า มาร์เก็ต รีเสิร์ช ในเซี่ยงไฮ้ กล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในจุดที่น่าลงทุนที่สุดในจีนขณะนี้ โดยเป็นส่วนที่ช่วยให้ภาคการบริการของประเทศมีผลผลิตถือเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตในประเทศทั้งหมด เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภาคบริการมีผลผลิตมากขนาดนี้ และยังเป็นส่วนที่ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากการชะลอตัวของภาคการผลิต ขณะที่รัฐบาลก็วางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีการจ้างงานในอุตสาหกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 28 ล้านคน

ขณะเดียวกัน หวังเจี้ยนหลิน ประธานกลุ่มต้าเหลียน วันดา ซึ่งประกอบธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และโรงภาพยนตร์ รายใหญ่ที่สุดในจีน เตรียมสร้างวันดา ซิตี้ อุตสาหกรรมบันเทิงแห่งใหม่มูลค่ากว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.07 แสนล้านบาท) ในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เพื่อแข่งกับเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ โดยมีโครงการก่อสร้างสวนสนุกมากถึง 15 แห่งในปี 2020

ด้าน ซิกแฟลกส์ เอนเตอร์เทนเมนต์ บริษัทสวนสนุกสัญชาติสหรัฐ เปิดเผยด้วยว่า ตั้งเป้าหมายเปิดสวนสนุกในจีนปีละแห่งเป็นเวลา 10 ปี โดยจะเริ่มที่แรกในปี 2019

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก