อึ้งตาแตก!ชายจีนพบว่าไม่ได้มีเชื้อHIV หลังเข้าใจผิดมา8ปีเต็ม
หนุ่มใหญ่ชาวจีนวัย53ปีพบความจริงว่าตัวเองไม่ได้มีเชื้อHIV หลังจากได้รับการตรวจผิดตั้งแต่ปี2004
หนุ่มใหญ่ชาวจีนวัย53ปีพบความจริงว่าตัวเองไม่ได้มีเชื้อHIV หลังจากได้รับการตรวจผิดตั้งแต่ปี2004
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เว็บไซต์ข่าว'เซียงไฮ้อิสต์'ได้รายงานอีกหนึ่งเรื่องราวสุดอึ้งของผู้ติดเชื้อ'เอชไอวี' (HIV) รายหนึ่งในประเทศจีน เมื่อตัวเขานั้นได้ค้นพบว่าตัวเขานั้นไม่ได้ติดเชื้อHIVอย่างที่เข้าใจผิดมาตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมา หลังจากได้รับการตรวจเลือดผิดพลาดตั้งแต่เมื่อปี 2004
เมื่อปี 2004 นาย'หยัง ชูฟา'ผู้ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรได้ไปตรวจเลือดที่ศูนย์ควบคุมโรคภัยในมณฑลเหอหนานพร้อมๆ กับชาวเมืองจำนวนกว่า 280,000 คนซึ่งผลปรากฏว่าได้ผลเลือดเป็นบวก โดยนายหยังก็เชื่อผลตรวจอย่างสนิทใจเนื่องจากเมื่อปี 1992 เขาเคยบริจาคเลือดขายให้กับตลาดมืด และนับแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็มีอาการป่วยบ่อยขึ้น
"ทันทีที่เจ้าหน้าที่บอกผมว่าติดเชื้อ HIV ผมก็เชื่อและคิดว่าคงเป็นชะตากรรมของผมเอง" นายหยังกล่าว
นายหยังรู้สึกเหมือนตัวเองตายทั้งเป็นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ขณะที่ภรรยาของเขาก็ฟ้องหย่าและพาลูกๆ 3 คนหนีไปด้วย ส่วนเพื่อนบ้านก็ต่างพากันตีตัวออกห่างจากเขา
นายหยังไม่ได้ตรวจเลือดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 อีกเลย และเริ่มรับยารักษาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่อาการของเขาก็แย่ลงตามลำดับด้วยฤทธิ์ของยา ทั้งหนาวสั่น ปวดหัวไมเกรน หูแว่ว มึนหัว และจำอะไรไม่ค่อยได้
จนกระทั่งเมื่อปี 2012 นายหยังได้รับการแอดมินเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ ก่อนที่แพทย์จะตรวจเลือดและยืนยันพบว่านายหยังไม่มีเลือดเป็นบวกใดๆ เลย แต่กลับพบว่านายหยังมีอาการป่วยหลอดอาหารและถุงเลือดอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ต่อมลูกหมากโต รวมถึงอาการอื่นอีกมากมาย
นายหยังรู้สึกโกรธเคืองอย่างมากหลังจากพบความจริงจึงไปเรียกร้องค่าเสียหายที่ศูนย์ควบคุมโรค ซึ่งได้เสนอเงินชดเชยให้เป็นจำนวน 250,000 หยวน (ราว 1.2 ล้านบาท) แต่นายหยังบอกว่าเงินเท่านี้ชดเชยไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาเสียไปตลอด 8 ปีที่ผ่าน และขอเรียกเงินเป็นจำนวน 2 ล้านหยวน (ราว 10 ล้านบาท)
'อู๋ โจวฝาง'รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคระบุว่า ความผิดพลาดดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากเลือดของนายหยังคงได้รับการปนเปื้อนกับเลือดผู้ป่วยระหว่างอยู่ในกระบวนการตรวจ
ที่มา scmp, shanghaiist


