posttoday
สิงคโปร์สั่งปิดแบงก์เอี่ยว1MDB

สิงคโปร์สั่งปิดแบงก์เอี่ยว1MDB

25 พฤษภาคม 2559

ธนาคารกลางสิงคโปร์ ถอนใบอนุญาตวาณิชธนกิจสวิส ปรับ 343 ล้าน เหตุปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

ธนาคารกลางสิงคโปร์ ถอนใบอนุญาตวาณิชธนกิจสวิส ปรับ 343 ล้าน เหตุปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) สั่งปิดหน่วยของธนาคาร บีเอสไอ ซึ่งเป็นไพรเวทแบงก์กิ้ง จากสวิตเซอร์แลนด์ ในสาขาสิงคโปร์ พร้อมปรับเงิน 13.3 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 343 ล้านบาท) ในข้อหากระทำผิดทางการเงิน รวมทั้งการประพฤติเลินเล่อในธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และการบกพร่องในการตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าต่อหน่วยของบีเอสไอทั้งหมด 41 สาขาในประเทศ

เอ็มเอเอส ระบุว่า จะเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการวาณิชธนกิจ ของบีเอสไอ หลังพบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายปราบปรามการฟอกเงิน จากการสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (วันเอ็มดีบี) ที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่สืบสวนหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1984 ที่สิงคโปร์สั่งเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิน

ขณะที่อัยการสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ หลังพบข้อมูลหลักฐานการก่ออาชญากรรมทางการเงิน ในการสืบสวนวันเอ็มดีบี

“กรณีของธนาคารบีเอสไอ ถือเป็นกรณีเลวร้ายที่สุดในภาคการเงินของสิงคโปร์ ที่สะท้อนความผิดพลาดในการควบคุมที่บกพร่อง” ราวี เมนอน กรรมการผู้จัดการของเอ็มเอเอส กล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้สถาบันการเงินทั้งหมดรับผิดชอบต่อการต่อต้านการฟอกเงินอย่างจริงจัง

ด้าน สเตฟาโน โคดูรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบีเอสไอ กรุ๊ป บริษัทแม่ในสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า เตรียมยึดทรัพย์ 95 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 3,423 ล้านบาท) จากบริษัท และเตรียมเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับลูกจ้างของบริษัท 2 ราย ขณะที่บีเอสไอออกแถลงการณ์ว่าได้ให้ความช่วยเหลือกับการสืบสวนอย่างเต็มที่ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับวันเอ็มดีบี

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นความคืบหน้าล่าสุด ในการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่สืบสวนทั่วโลก ในกองทุนวันเอ็มดีบี ของรัฐบาลมาเลเซีย ที่มีนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค เป็นประธานกรรมการ โดยก่อนหน้านี้ กรรมการรัฐสภาของมาเลเซียเปิดเผยหลักฐานการทำธุรกรรมผิดปกติอย่างน้อย 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) จากกองทุนดังกล่าว รวมทั้งเรียกร้องให้ปลดคณะกรรมการที่ปรึกษากองทุนที่ได้รับการแต่งตั้งจากนาจิบ

ขณะที่ อีเอฟจี อินเตอร์เนชันแนล ไพรเวทแบงก์กิ้งอีกแห่งหนึ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้สามารถเข้าควบรวมกิจการของบีเอสไอ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการซื้อกิจการได้สำเร็จ ด้านเอ็มเอเอสระบุว่า จะอนุญาตให้มีการโอนย้ายสินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยบีเอสไอในสิงคโปร์ไปยัง อีเอฟจี ที่อยู่ระหว่างการซื้อกิจการของบีเอสไอ หรือ บริษัทแม่ในสวิตเซอร์แลนด์

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน