
สิงคโปร์สั่งปิดแบงก์เอี่ยว1MDB
ธนาคารกลางสิงคโปร์ ถอนใบอนุญาตวาณิชธนกิจสวิส ปรับ 343 ล้าน เหตุปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง
ธนาคารกลางสิงคโปร์ ถอนใบอนุญาตวาณิชธนกิจสวิส ปรับ 343 ล้าน เหตุปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) สั่งปิดหน่วยของธนาคาร บีเอสไอ ซึ่งเป็นไพรเวทแบงก์กิ้ง จากสวิตเซอร์แลนด์ ในสาขาสิงคโปร์ พร้อมปรับเงิน 13.3 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 343 ล้านบาท) ในข้อหากระทำผิดทางการเงิน รวมทั้งการประพฤติเลินเล่อในธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และการบกพร่องในการตรวจสอบธุรกรรมของลูกค้าต่อหน่วยของบีเอสไอทั้งหมด 41 สาขาในประเทศ
เอ็มเอเอส ระบุว่า จะเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการวาณิชธนกิจ ของบีเอสไอ หลังพบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายปราบปรามการฟอกเงิน จากการสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (วันเอ็มดีบี) ที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่สืบสวนหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1984 ที่สิงคโปร์สั่งเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิน
ขณะที่อัยการสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ หลังพบข้อมูลหลักฐานการก่ออาชญากรรมทางการเงิน ในการสืบสวนวันเอ็มดีบี
“กรณีของธนาคารบีเอสไอ ถือเป็นกรณีเลวร้ายที่สุดในภาคการเงินของสิงคโปร์ ที่สะท้อนความผิดพลาดในการควบคุมที่บกพร่อง” ราวี เมนอน กรรมการผู้จัดการของเอ็มเอเอส กล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้สถาบันการเงินทั้งหมดรับผิดชอบต่อการต่อต้านการฟอกเงินอย่างจริงจัง
ด้าน สเตฟาโน โคดูรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบีเอสไอ กรุ๊ป บริษัทแม่ในสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า เตรียมยึดทรัพย์ 95 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 3,423 ล้านบาท) จากบริษัท และเตรียมเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับลูกจ้างของบริษัท 2 ราย ขณะที่บีเอสไอออกแถลงการณ์ว่าได้ให้ความช่วยเหลือกับการสืบสวนอย่างเต็มที่ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับวันเอ็มดีบี
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นความคืบหน้าล่าสุด ในการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่สืบสวนทั่วโลก ในกองทุนวันเอ็มดีบี ของรัฐบาลมาเลเซีย ที่มีนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค เป็นประธานกรรมการ โดยก่อนหน้านี้ กรรมการรัฐสภาของมาเลเซียเปิดเผยหลักฐานการทำธุรกรรมผิดปกติอย่างน้อย 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) จากกองทุนดังกล่าว รวมทั้งเรียกร้องให้ปลดคณะกรรมการที่ปรึกษากองทุนที่ได้รับการแต่งตั้งจากนาจิบ
ขณะที่ อีเอฟจี อินเตอร์เนชันแนล ไพรเวทแบงก์กิ้งอีกแห่งหนึ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้สามารถเข้าควบรวมกิจการของบีเอสไอ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการซื้อกิจการได้สำเร็จ ด้านเอ็มเอเอสระบุว่า จะอนุญาตให้มีการโอนย้ายสินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยบีเอสไอในสิงคโปร์ไปยัง อีเอฟจี ที่อยู่ระหว่างการซื้อกิจการของบีเอสไอ หรือ บริษัทแม่ในสวิตเซอร์แลนด์







