posttoday
'9พ.ค.'ชี้ชะตา อนาคตฟิลิปปินส์

'9พ.ค.'ชี้ชะตา อนาคตฟิลิปปินส์

01 พฤษภาคม 2559

วันที่ 9 พ.ค. อาจเป็นวันธรรมดาสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้นถือเป็นวันชี้ชะตาอนาคตของประเทศ

โดย...ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

วันที่ 9 พ.ค. อาจเป็นวันธรรมดาสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้นถือเป็นวันชี้ชะตาอนาคตของประเทศ ซึ่งบรรยากาศการเลือกตั้งผู้นำฟิลิปปินส์เริ่มร้อนระอุมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน โดยมีผู้สมัครชิงตำแหน่งถึง 5 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 2 คน

นำโดย โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้สมัครชิงตำแหน่งที่เกิดเรื่องอื้อฉาวทางวาจาล้อเลียนคดีข่มขืนและฆาตกรรมมิชชันนารีชาวออสเตรเลีย ก่อให้เกิดความไม่พอใจและกระแสวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ

นอกจากเรื่องคำพูดที่ละเอียดอ่อนแล้ว ดูเตอร์เตยังถูกโจมตีเรื่องธุรกรรมทางการเงินกว่า 51 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,781 ล้านบาท) ในบัญชีส่วนตัว ซึ่งตัวเต็งรายดังกล่าวไม่สามารถอธิบายแหล่งที่มาของเงินได้

ทว่าเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวแทบไม่สะเทือนคะแนนความนิยมของดูเตอร์เตแม้แต่น้อย โดยผลสำรวจของโซเชียล เวตเตอร์ สเตชั่น (เอสดับเบิ้ลยูเอส) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าคะแนนความนิยมของดูเตอร์เต ยังคงนำโด่งเหนือผู้สมัครรายอื่นที่ 33% ซึ่งความนิยมที่ล้นเหลือส่วนหนึ่งมาจากความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด และการคอร์รัปชั่นของนายกเทศมนตรีเมืองดาเวารายนี้

“ผมจะสั่งการให้กองทัพและตำรวจออกล่าและจับกุมเหล่าอาชญากร และหากความรุนแรงยังไม่ลดลง ผมพูดได้เลยว่าฆ่าพวกเขาซะเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้” ดูเตอร์เต กล่าวระหว่างการหาเสียง โดยซีเอ็นบีซียกให้ดูเตอร์เตเป็น “ทรัมป์แห่งเอเชีย” เนื่องจากมีพฤติกรรมคล้าย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐ

'9พ.ค.'ชี้ชะตา อนาคตฟิลิปปินส์ โพ

 

เกรซ โพ วุฒิสมาชิกวัย 47 ปี ที่มีคะแนนความนิยมตามมาติดๆ ที่ 24% จากเคยมีคะแนนความนิยมนำโด่งที่ 47% และเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่น่าจับตามอง โดยก่อนหน้านี้โพเกือบพลาดโอกาสชิงตำแหน่งผู้นำประเทศ เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการลงชิงตำแหน่ง ได้แก่ เชื้อชาติและสถานะพลเมืองฟิลิปปินส์

อารีส์ อะรูเก นักวิเคราะห์การเมืองของมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ ระบุว่า นโยบายของโพที่เน้นเรื่องสิทธิสตรี ปัญหาความไม่สงบในเกาะมินดาเนา และสาธารณสุข เป็นนโยบายที่มีความเป็นรูปธรรม แต่ยังขาดประสบการณ์ในการบริหารประเทศและอาจไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างที่หวัง เพราะรอบตัวยังรายล้อมไปด้วยกลุ่มการเมืองเดิมกว่า 178 ตระกูล อีกทั้งนโยบายต่างประเทศยังคลุมเครือ

'9พ.ค.'ชี้ชะตา อนาคตฟิลิปปินส์ ร็อกซาส

 

สำหรับอดีตรัฐมนตรีมหาดไทยและคมนาคม มานูเอล ร็อกซาส ที่ 2 แห่งพรรคลิเบอรัล ตัวเต็งอีกรายที่เคยมีคะแนนความนิยมสูงถึง 51% ก็ได้รับเสียงวิพาษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่า การลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้นำของร็อกซาสเป็นการสืบทอดอำนาจของประธานาธิบดี เบนินโญ อาคิโน โดยอ้างว่าร็อกซาสจะช่วยสานต่อการกวาดล้างการคอร์รัปชั่น ดึงดูดการลงทุน สานสัมพันธ์กับสหรัฐและญี่ปุ่น รวมถึงเร่งเจรจาสันติภาพกับกลุ่มกบฏทางภาคใต้ โดยเฉพาะกลุ่มอาบูไซยาฟ

'9พ.ค.'ชี้ชะตา อนาคตฟิลิปปินส์ บิไนย์

 

เจโจมาร์ บิไนย์ รองประธานาธิบดีและหัวหน้าพรรคยูไนเต็ด เนชั่นแนลลิสต์ อะไลแอนซ์ (ยูเอ็นเอ) ที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับการเลือกตั้งผู้นำด้วยการทุ่มงบกว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 454 ล้านบาท) สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่

บิไนย์ ย้ำชัดว่า หากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำฟิลิปปินส์ บิไนย์จะฟื้นความสัมพันธ์กับจีนแม้ทั้งสองประเทศจะมีข้อพิพาทเรื่องทะเลจีนใต้ก็ตาม ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าการบริหารงานของบิไนย์ที่เอนเอียงไปทางจีน อาจฉุดรั้งความมั่นคงของประเทศและสิทธิตามกฎหมายในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนพิพาททะเลจีนใต้

นอกจากนี้ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์อาจเผชิญกับปัญหาคอร์รัปชั่นที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบิไนย์ถูกกล่าวว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างหนักช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมากาตี 

'9พ.ค.'ชี้ชะตา อนาคตฟิลิปปินส์ ซานติเอโก

 

มิเรียม ดีเฟนเซอร์ ซานติเอโก นักการเมืองหญิงวัย 70 ปี ที่เคียงข้างด้วย เฟอร์ดินานด์ บองบอง มาร์กอส ทายาทตระกูลมาร์กอส ที่ลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี นำไปสู่เสียงวิพาษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า การลงสมัครของ บองบอง มาร์กอส เป็นความพยายามคืนอำนาจทางการเมืองให้กับตระกูลมาร์กอส

กระแสการเลือกตั้งที่ร้อนแรงไม่แพ้อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ยิ่งตอกย้ำว่าชาวฟิลิปปินส์ต้องการการเปลี่ยนแปลงในประเด็นความโปร่งใสทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สวัสดิการสังคม กลาโหม และนโยบายการต่างประเทศ ซึ่งว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ต้องแก้ปัญหาและบริหารประเทศให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเสียงส่วนมากในสังคม

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท