
ไทยรั้งท้ายลุยเมียนมา แนะเอกชนเร่งเครื่อง
ไทยรั้งท้ายลงทุนเมียนมา เอกชนแนะเร่งเครื่องเจาะธุรกิจท่องเที่ยว
ไทยรั้งท้ายลงทุนเมียนมา เอกชนแนะเร่งเครื่องเจาะธุรกิจท่องเที่ยว
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เปิดเผยว่า ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี การลงทุนของนักลงทุนชาวไทยในประเทศเมียนมาตกลงอยู่อันดับที่ 6 จากเดิมเคยอยู่ในลำดับที่ 2 ซึ่งขณะนี้ประเทศ5 อันดับแรกที่ลงทุนในเมียนมามากที่สุด ได้แก่ จีน สิงคโปร์ เวียดนาม อังกฤษ และมาเลเซีย
“สาเหตุผู้ประกอบการไทยบุกช้ารอรัฐสนับสนุน หากไม่เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน อาจรั้งท้าย ด้วยทุนต่างชาติทั่วมุมโลกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง” นายเกรียงไกร กล่าว
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในเมียนมาขณะนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกำลังเติบโตอย่างสูง จากตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ พบว่าปี 2555 มีจำนวน 2 แสนกว่าคน ปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านคน ในปี 2557 สูงขึ้นเป็น 3 ล้านคน และในปี 2558 ที่ผ่านมา มีจำนวนกว่า 5 ล้านคน พร้อมทั้งคาดว่าในปี 2559 ตลอดทั้งปีจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคน ประกอบกับการเติบโตของจีดีพีเมียนมาในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเป็น 45% ส่งผลให้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในเมียนมามากขึ้น
นายลอเรนซ์ ชอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนซูรัส กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ด้วยทรัพยากรที่พร้อมด้านโลจิสติกส์ที่พร้อมกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีบุคลากรที่มีศักยภาพ ดังนั้น ควรมั่นใจในการลงทุนและบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ไทยมีจุดด้อยเรื่องการตัดสินใจช้า สิ่งสำคัญที่สุดในสร้างธุรกิจให้ยั่งยืน 3 ประการ คือ บุคลากรในองค์กร แผนธุรกิจ และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หากไทยสร้างได้ ธุรกิจจะเติบโตมั่นคง







