posttoday

‘สาวโสด’ ปัญหาใหญ่ เรื่องตำใจสังคมจีน

10 เมษายน 2559

จีนถือเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกหลายสมัย ด้วยจำนวนประชากรที่พุ่งทะลุหลัก 1,350 ล้านคน

โดย...ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

จีนถือเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกหลายสมัย ด้วยจำนวนประชากรที่พุ่งทะลุหลัก 1,350 ล้านคน แซงหน้าอินเดียและสหรัฐอย่างไร้ข้อกังขา ทว่าปัญหาหลักที่สังคมจีนกำลังเผชิญมากขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างรุดหน้าก็คือ “สาวโสด” ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ แม้ผู้หญิงเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีการศึกษาสูงและมีอาชีพการงานที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายเหมือนในอดีตอีกต่อไป ทว่าจารีตประเพณีที่เข้มข้นของจีนโดยเฉพาะค่านิยมด้านครอบครัว ก็ยังคงกดดันผู้หญิงที่เป็นโสดอย่างหนัก และมีคำเรียกเฉพาะว่า Leftover Women หรือ “ผู้หญิงที่ขายไม่ออก” 

ปัญหาผู้หญิงขายไม่ออกเป็นเหมือนเชื้อไฟของสังคมจีนที่เพียงแค่สะกิดก็เป็นประเด็นขึ้นมาในสังคมทันที ล่าสุดเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่งได้แพร่คลิปโฆษณาตีแผ่ความจริงของปัญหาดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นไวรัลคลิปที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

เนื้อหาของคลิปโฆษณาความยาว 4 นาที สะท้อนเรื่องราวของหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “เฉิงนู” โดยสังคมจีนมีค่านิยมที่มองว่า ผู้หญิงควรแต่งงานก่อนอายุจะย่างเข้าวัย 27 ปี ทั้งนี้โฆษณาตัวดังกล่าวต้องการให้แรงบันดาลใจและสร้างกำลังใจแก่เฉิงนูในการลิขิตชีวิตของตัวเอง และเผชิญหน้ากับแรงกดดันของสังคม

เช่นเดียวกับเกาะฮ่องกง ที่มีจำนวนหญิงสาวยังไม่ได้แต่งงานพุ่งสูงแตะ 1.97 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 7.22 ล้านคน โดยสาเหตุหลักคือหญิงสาวเหล่านี้มีคุณสมบัติทางการศึกษา รายได้ และสถานะทางสังคมที่สูงกว่าผู้ชาย ทั้งนี้จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนา คาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 เพศชายในจีนจะมากกว่าเพศหญิง 24 ล้านคน

ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนพยายามผลักดันให้ผู้หญิงแต่งงาน เพื่อลดช่องว่างความไม่สมดุลระหว่างเพศชายและเพศหญิงในสังคมที่เกิดจากนโยบายลูกคนเดียว อีกทั้งความคาดหวังของครอบครัวที่ต้องการให้ลูกสาวของตัวเองออกเรือนถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของค่านิยมดังกล่าว โดยหญิงสาวรายหนึ่งระบุว่า วัฒนธรรมของจีนให้ความสำคัญกับการเคารพพ่อแม่ การครองตัวเป็นโสดจึงเปรียบเหมือนการไม่เคารพพ่อแม่ในอีกแง่หนึ่ง

ด้วยสาเหตุดังกล่าว วัฒนธรรมการคลุมถุงชน และธุรกิจหาคู่ จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในสังคมจีน เช่น ธุรกิจหาคู่ในนครเซี่ยงไฮ้ เมืองที่ได้ชื่อว่ามีประชากรอาศัยคับคั่ง “ตลาดสมรสเซี่ยงไฮ้” เปิดโอกาสให้บรรดาพ่อแม่เข้าชมใบโฆษณาจำนวนหลายร้อยใบแปะเรียงเป็นแนวยาว แสดงคุณสมบัติหนุ่มสาวที่ต้องการหาคู่

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าการมีคู่จะสามารถหลีกหนีจากแรงกดดันทางสังคมได้เสมอไป เว็บไซต์วีเมนออฟไชน่าของจีนเปิดเผยว่า ปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเพศในที่ทำงานของจีนถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ โดยหญิงชาวจีนจำนวนมากทั้งที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่งงาน มักถูกสัมภาษณ์งานด้วยคำถามว่า มีแผนจะมีลูกหรือไม่? ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะถูกปฏิเสธงานหากตอบว่าใช่

ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสในการหางานสำหรับหญิงที่แต่งงานแล้วน้อยมากเมื่อเทียบกับหญิงโสด และแม้จะมีตำแหน่งการงานแล้วก็ตาม หญิงสาวเหล่านั้นกลับกังวลว่า การตั้งครรภ์หรือมีลูกระหว่างทำงานจะกระทบต่ออาชีพการงานและการเลื่อนตำแหน่ง

สำหรับวัฒนธรรมการคลุมถุงชนในสังคมจีน ถือเป็นการแต่งงานที่ขาดความยั่งยืนในชีวิตคู่ โดยรอยเตอร์สระบุว่า ระหว่างปี 2011-2014 อัตราการหย่าร้างในจีนเพิ่มขึ้นถึง 27% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการคลุมถุงชนที่พิจารณาเพียงความสามารถในการเลี้ยงดูของฝ่ายชายเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความรัก

แม้การแต่งงานจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การครองตัวเป็นโสดหรืออยู่เพียงลำพังก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย ภายใต้บริบทความเสมอภาคทางเพศนั้น การตัดสินใจของทั้งเพศหญิงและเพศชายเกี่ยวกับชีวิตคู่ ควรได้รับการเคารพและยอมรับจากทุกสังคม

ข่าวล่าสุด

ดีเดย์ 6 เมษา! ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร รถทัวร์-มินิบัส-สองแถว