
โสมแดงเย้ยโลก
เกาหลีเหนือยิงวัตถุพิสัยใกล้ 6 นัด เย้ยยูเอ็นคว่ำบาตร ด้านมหาเธร์แนะอาเซียนเลี่ยงเผชิญหน้าจีน
เกาหลีเหนือยิงวัตถุพิสัยใกล้ 6 นัด เย้ยยูเอ็นคว่ำบาตร ด้านมหาเธร์แนะอาเซียนเลี่ยงเผชิญหน้าจีน
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า กองทัพเกาหลีเหนือยิงวัตถุพิสัยใกล้ 6 ครั้ง ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ หลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติเอกฉันท์คว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี โดยทางการเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบว่าเป็นการยิงกระสุนปืนใหญ่ ขีปนาวุธ หรือจรวด
มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้เรียกร้องให้ทุกประเทศตรวจสอบการขนส่งสินค้าที่เข้าและออกจากสนามบินและท่าเรือของเกาหลีเหนือ แบนการส่งออกถ่านหิน เหล็ก และแร่ต่างๆ จากเกาหลีเหนือ และห้ามขนส่งเชื้อเพลิงเครื่องบิน รวมถึงเชื้อเพลิงสำหรับจรวดด้วย ทั้งนี้รายได้หลักของเกาหลีเหนือราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 3.55 หมื่นล้านบาท) มาจากการส่งออกถ่านหิน และ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 7,102 ล้านบาท) มาจากการส่งออกเหล็ก
อย่างไรก็ดี แอนเดรีย เบอร์เกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงคาบสมุทรเกาหลีของสถาบัน รอยัล ยูไนเต็ด เซอร์วิส ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดช่องโหว่ทางกฎหมาย เช่น การตีความการตรวจสอบขนส่งสินค้า และการส่งออกถ่านหิน เหล็ก และแร่ต่างๆ ยังคงทำได้หากรายได้จากการส่งออกสินค้าเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์และกองทัพ
ขณะเดียวกัน มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซีย แนะชาติสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับจีนในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ เนื่องจากจีนมีอิทธิพลค่อนข้างมาก และยังเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญสำหรับอาเซียน
“จีนจะกลายเป็นประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก มีอำนาจมากกว่าสหรัฐเสียอีก” อดีตผู้นำมาเลเซีย ระบุ
มหาเธร์ ยังระบุด้วยว่า การเผชิญหน้าทางการทหารกับจีนไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด แต่การเจรจาหารือเพื่อแก้ปัญหาอย่างสันติคือทางออก







