
เฟอร์นิเจอร์ไทยสยายปีก คว้าโอกาส-ชิงตลาดในเออีซี
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการเป็นโอกาสในการทำตลาดใหม่ของผู้ประกอบการธุรกิจ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการเป็นโอกาสในการทำตลาดใหม่ของผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนไทยที่เตรียมใช้เวทีงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2559 (TIFF 2016) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค.นี้ เป็นประตูสู่การขยายการทำตลาดภายใต้แนวคิด “อาเซียน สมาร์ท ลีฟวิ่ง”
มาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไทยจะยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ในปีนี้ราว 10% จากปัจจัยบวกการเข้าสู่ตลาดอาเซียนที่เริ่มต้นแล้ว และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่มีศักยภาพ และสามารถสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากประเทศอื่น
“ในปี 2558 สถานการณ์การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยลดลงประมาณ 12% ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในภาพรวม และส่งผลกระทบต่อการทำตลาดของผู้ประกอบการไทย” มาลี กล่าว
ไชยยงค์ พงษ์สุทธิมนัส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา ภาคการส่งออกอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยมีมูลค่าราว 1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบกว่า 10% เทียบกับปี 2557 จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
โดยแบ่งสัดส่วนมูลค่าตามประเภทเฟอร์นิเจอร์ ได้แก่ ไม้ 363 ล้านเหรียญสหรัฐ โลหะ 146 ล้านเหรียญสหรัฐ ชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ 280 ล้านเหรียญสหรัฐ กลุ่มหมอน ฟูก ที่นอน 76 ล้านเหรียญสหรัฐ และอื่นๆ ที่เหลือ 186 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีกลุ่มประเทศที่นำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากไทย 3 อันดับแรก คือ สหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
สำหรับในปี 2559 นี้ ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ไทยควรใช้โอกาสจากการเข้าสู่เออีซีเพื่อขยายการทำตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) โดยเฉพาะในประเทศเมียนมา ที่พบว่าเริ่มมีความต้องการในกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์สูงขึ้นอย่างมาก ตามอัตราการขยายตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักโรงแรม อาคารสำนักงานธุรกิจต่างๆ เห็นได้จากการที่มีผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยรายใหญ่ที่มีแบรนด์ อาทิ เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ร้อกเวิธ ได้เข้าไปทำการค้าในประเทศดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ จากโอกาสดังกล่าว คาดจะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยมีอัตราการเติบโตในภาคการส่งออกเพิ่มขึ้น 10% หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,150 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการออกมาตรการเพื่อสนับสนุนของรัฐบาลจะมีส่วนช่วยผลักดันยอดส่งออกได้อีกทางหนึ่ง
อารักษ์ สุขสวัสดิ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวว่า การจัดงาน TIFF 2016 ในปีนี้ คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานราว 200 บริษัท 650 คูหา โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ มีประเทศคู่ค้าทั้งไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา ไต้หวัน และจีน เข้าร่วมงาน ประเมินจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นราย แบ่งเป็น วันเจรจาธุรกิจ 5,500 ราย และในวันจำหน่ายปลีก 3 หมื่นราย โดยผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐ แคนาดา อินเดีย กลุ่มสหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อาเซียน เป็นต้น และมียอดขายในงานไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท
สำหรับโอกาสในการทำตลาดเฟอร์นิเจอร์ของผู้ประกอบการไทย ควรมุ่งให้ความสำคัญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพื่อหนีการแข่งขันด้านราคา ที่ปัจจุบันประเทศไทยมีต้นทุนที่สูงกว่าจากอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งนอกจากตลาดในอาเซียนแล้วยังมีตลาดในประเทศอินเดีย จีน และญี่ปุ่น ที่น่าสนใจเข้า ไปทำตลาด
ขณะที่กลยุทธ์การเข้าตลาดเออีซี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีนั้น ในช่วงเริ่มต้นผู้ประกอบการธุรกิจไทยควรใช้วิธีการทำธุรกิจผ่านพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเป็นผู้หาตลาด ด้วยจะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและวัฒนธรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศดีกว่า และเมื่อธุรกิจมีการเติบโตก็สามารถขยายไปสู่การร่วมทุนทางธุรกิจ (เจวีซี) ทั้งด้านการผลิตและการทำตลาดได้ต่อไปในอนาคต
ดังนั้น หากผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ไทยสามารถปรับตัวหันมาใส่ใจกับการดีไซน์มากขึ้น พร้อมสามารถสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีศักยภาพ เข้าใจตลาดเป้าหมายได้อย่างถ่องแท้ เชื่อว่าอนาคตส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยจะสดใสอย่างแน่นอน







