
ผู้นำคิวบาเขียนหนังสือย้อนความทรงจำ
อดีตผู้นำคิวบาวัย 84 ปี เตรียมออกหนังสือเล่มใหม่ ย้อนรอยความทรงจำในวัยเด็ก กระทั่งก้าวสู่การเป็นนักปฏิวัติคนสำคัญ ในเดือนส.ค.นี้
อดีตผู้นำคิวบาวัย 84 ปี เตรียมออกหนังสือเล่มใหม่ ย้อนรอยความทรงจำในวัยเด็ก กระทั่งก้าวสู่การเป็นนักปฏิวัติคนสำคัญ ในเดือนส.ค.นี้
อดีตผู้นำคิวบาที่หายหน้าจากสาธารณะไปนานถึง 4 ปี กล่าวผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลว่า หนังสือเล่มนี้จะเน้นไปที่เรื่องราวของนักรบ 300 คนของเขา ที่เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตร้า ที่สามารถโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดีฟุนเกนซิโอ บาติสต้า ในสงครามปฏิวัติยึดกรุงฮาวานาได้สำเร็จในวันปีใหม่ของปี 1959
ทั้งนี้ คาสโตร กล่าวว่าหนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีชีวประวัติมากมายของเขาถูกนำมาตีแผ่โดยไม่ได้รับอนุญาต
"ผมไม่ต้องการรอ เพื่อตอบยคำถามมากมายเกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็ก และวัยรุ่นของตัวเอง รวมถึงอธิบายว่าทำอย่างไรถึงได้ขึ้นมาเป็นนักปฏิวัติและนักรบติดอาวุธ" อดีตผู้นำคิวบาวัย 84 ปีกล่าว พร้อมระบุว่าหนังสือเล่มนี้จะเขียนร่วมกับคาติอุสก้า บลังโก้ นักข่าวชาวคิวบา
รายงานระบุด้วยว่า สุขภาพของคาสโตรดูเหมือนจะดีขึ้น หลังจากล้มป่วย จนต้องปลีกตัวจากสังคมไปเป็นเวลานาน โดยในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อดีตผู้นำคิวบารายนี้ ปรากฏตัวต่อสาธาณะถึง 7 ครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคาสโตรจะลงจากเก้าอี้ผู้นำประเทศแล้ว แต่เขายังคงมีบทบาทสำคัญในคิวบา รวมทั้งยังดำรงตำแหน่งอันทรงอิทธิพล ในฐานะเลขาธิการเบอร์ 1 ของพรรคคอมมิวนิสต์อีกด้วย
อดีตผู้นำคิวบาที่หายหน้าจากสาธารณะไปนานถึง 4 ปี กล่าวผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลว่า หนังสือเล่มนี้จะเน้นไปที่เรื่องราวของนักรบ 300 คนของเขา ที่เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตร้า ที่สามารถโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดีฟุนเกนซิโอ บาติสต้า ในสงครามปฏิวัติยึดกรุงฮาวานาได้สำเร็จในวันปีใหม่ของปี 1959
ทั้งนี้ คาสโตร กล่าวว่าหนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีชีวประวัติมากมายของเขาถูกนำมาตีแผ่โดยไม่ได้รับอนุญาต
"ผมไม่ต้องการรอ เพื่อตอบยคำถามมากมายเกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็ก และวัยรุ่นของตัวเอง รวมถึงอธิบายว่าทำอย่างไรถึงได้ขึ้นมาเป็นนักปฏิวัติและนักรบติดอาวุธ" อดีตผู้นำคิวบาวัย 84 ปีกล่าว พร้อมระบุว่าหนังสือเล่มนี้จะเขียนร่วมกับคาติอุสก้า บลังโก้ นักข่าวชาวคิวบา
รายงานระบุด้วยว่า สุขภาพของคาสโตรดูเหมือนจะดีขึ้น หลังจากล้มป่วย จนต้องปลีกตัวจากสังคมไปเป็นเวลานาน โดยในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อดีตผู้นำคิวบารายนี้ ปรากฏตัวต่อสาธาณะถึง 7 ครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคาสโตรจะลงจากเก้าอี้ผู้นำประเทศแล้ว แต่เขายังคงมีบทบาทสำคัญในคิวบา รวมทั้งยังดำรงตำแหน่งอันทรงอิทธิพล ในฐานะเลขาธิการเบอร์ 1 ของพรรคคอมมิวนิสต์อีกด้วย







