
2015 ก่อการร้ายเขย่าโลก
ปี 2015 นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ปีที่เริ่มต้นและจบท้ายปีด้วยข่าวใหญ่ของ “การก่อการร้าย” หลังจากที่ฉลองปีใหม่เพียงไม่กี่วัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ถล่มปารีสสะท้านโลก
ปี 2015 นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ปีที่เริ่มต้นและจบท้ายปีด้วยข่าวใหญ่ของ “การก่อการร้าย” หลังจากที่ฉลองปีใหม่เพียงไม่กี่วัน โลกก็เผชิญการบุกกราดยิงในสำนักงานนิตยสารข่าวเชิงเสียดสีการเมือง-สังคม “ชาร์ลี เอ็บโด” ในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 12 คน เป็นความแค้นที่สั่งสมมาตั้งแต่การตีพิมพ์ซ้ำภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดาของอิสลามในปี 2006 และยังคงมีการเสียดสีอย่างต่อเนื่องจนเกิดเหตุดังกล่าว และนำไปสู่การชุมนุมในหลายที่ทั่วโลกภายใต้ธีมว่า “ฉันคือชาร์ลี : Je suis Charlie”
กรุงปารีสก็ต้องผวาซ้ำกับเหตุวินาศกรรม 6 จุด เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 คน และเป็นเหตุโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การถล่มสหรัฐ วันที่ 11 ก.ย. 2001 ที่ทำให้ทั่วโลกหันมาร่วมมือต่อต้านก่อการร้ายอีกครั้ง โดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส)ได้ประกาศตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ แก้แค้นที่ฝรั่งเศสสนับสนุนการถล่มไอเอสในซีเรีย
นอกจากนานาชาติจะยกระดับการระวังภัยก่อการร้ายในบ้าน ก็ยังรวมตัวทำสงครามนอกบ้านอย่างจริง นำโดยสหรัฐและรัสเซียที่เน้นการถล่มกลุ่มไอเอสในซีเรีย ถือเป็นการทำสงครามตัวแทนครั้งใหญ่แห่งปี ก่อนที่ความร่วมมือจะกลายเป็นความขัดแย้งจากกรณีตุรกีโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซียเมื่อวันที่ 24 พ.ย. เป็นเหตุให้เกิดความตึงเครียดระหว่างประเทศครั้งใหญ่ ที่หลายฝ่ายวิตกว่าจะเป็นชนวนของสงครามโลก ครั้งที่ 3 กันมาแล้ว
พม่าสมหวังรอบ 25 ปี
การเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย. อาจถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของเมียนมาอย่างแท้จริง เมื่อชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่นำโดย อองซานซูจี ได้รับการยอมรับจากขั้วอำนาจเดิมที่ประกาศรับความพ่ายแพ้ เป็นชัยชนะของประชาชนที่ไม่ได้สัมผัสมานานกว่า 25 ปี นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 1990 โดยพรรคเอ็นแอลดีครองเสียงในสภาได้ถึง 79% ในขณะที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ที่นำโดย ประธานาธิบดี เต็งเส่ง คว้าที่นั่งไปได้เพียง 8.5% เท่านั้น
ทว่า ที่สร้างความประหลาดใจให้ทั่วโลกก็คือ การที่ซูจีเดินทางเข้าพบเจรจาและจับมือกับบรรดาผู้นำกองทัพ โดยเฉพาะ พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย อดีตผู้นำสูงสุดของเมียนมา ที่เป็นคนสั่งกักตัวซูจีมานานรวม 25 ปี แต่ครั้งนี้กลับระบุว่าจะให้การสนับสนุนในฐานะว่าที่ “ผู้นำประเทศในอนาคต”
แม้จะยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และยังไม่อะไรที่รับประกันได้ว่าพรรคเอ็นแอลดีจะสามารถขึ้นมาปกครองประเทศได้ง่ายๆ ทั้งในแง่การแบ่งสรรอำนาจกับขั้วเดิมและประสบการณ์ในการบริหารประเทศ แต่การเจรจาที่เป็นไปด้วยดีก็พอจะฉายให้เห็นแนวโน้มที่มีความหวังของเมียนมา และทำให้การเลือกตั้งปี 2015 เป็นการเปลี่ยนแปลงของเมียนมาอย่างแท้จริง
ถึงเวลาเฟดขึ้นดอกเบี้ย
นับตั้งแต่การใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมาตั้งแต่ปี 2008 หลังเกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินในสหรัฐ ในที่สุดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายใต้การนำของผู้ว่าการ เจเน็ต เยลเลน ก็ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากเดิมที่ 0-0.25% เป็น 0.25-0.50% และตั้งเป้าอัตราดอกเบี้ยปี 2559 จะอยู่ที่ 1.375% เป็นการปรับนโยบายการเงินโลกครั้งใหญ่ หลังจากที่เพิ่งยุติมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ไปเมื่อช่วงกลางปี นับเป็นการปิดฉาก 7 ปีแห่งยุคเงินไหลท่วมโลก
การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดนับเป็นการสั่นสะเทือนนโยบายการเงินทั่วโลกไปด้วย เพราะหลายประเทศยังเจอภาวะเศรษฐกิจซบเซา ไม่อาจขึ้นดอกเบี้ยตามที่จะซ้ำเติมต้นทุนให้ภาคธุรกิจในประเทศได้ แต่ถ้าไม่ขึ้นก็เสี่ยงต่อภาวะทุนไหลออกตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจน้อยลง ขณะที่ฟากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) สวนกระแสลดดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้โลกอยู่ในภาวะนโยบายการเงินที่ต่างกัน 2 ขั้ว ระหว่างการผ่อนปรนและการตรึงให้เข้มขึ้น
รัฐบาลและธนาคารกลางหลายแห่งปรับนโยบายการเงินตามมาทันที กลุ่มที่ผูกค่าเงินของตัวเองไว้กับเงินเหรียญสหรัฐ เช่น ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน และคูเวต ต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม สวนทางกับธนาคารกลางไต้หวันที่ลดดอกเบี้ยลง เพราะต้องการให้น้ำหนักกระตุ้นเศรษฐกิจในบ้าน แต่อีกหลายแห่งขอชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูสถานการณ์ในไตรมาสแรกปีหน้าก่อน
ร้อนวิปริตท่วมวิปโยค
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกของสหประชาชาติ (ดับเบิ้ลยูเอ็มโอ) เปิดเผยว่า ปี 2015 อาจเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทุบสถิติปีที่แล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะทำสถิติใหม่อีกครั้งในปีหน้า ซึ่งจะทำให้เป็นการทุบสถิติอากาศร้อนสุดในโลก 3 ปีติดต่อกันจากปรากฏการณ์เอลนินโญ ซึ่งชาวนิวยอร์กฉลองคริสต์มาสปีนี้ที่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส
ยิ่งใกล้สิ้นปีอากาศยิ่งแปรปรวน หลายรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐเกิดพายุทอร์นาโดถล่ม มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน ส่วนฝั่งอังกฤษประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือจากภาวะน้ำท่วมหนัก
ขณะที่ทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ ปารากวัย อุรุกวัย อาร์เจนตินา และบราซิล เกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 50 ปี ประชาชนกว่า 1.5 แสนคน ต้องอพยพและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน แต่ขึ้นมาทางตอนเหนือของเม็กซิโกกลับเกิดพายุหิมะครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 55 ปี บางพื้นที่มีหิมะหนาถึง 12 นิ้ว
อีกฝั่งแปซิฟิกที่ออสเตรเลียเกิดเหตุไฟป่ารุนแรงในเมืองวายริเวอร์และเมืองเซพาเรชั่น ครีก ทางตอนใต้ บ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 116 หลังคาเรือน ซึ่งภาคใต้ของออสเตรเลียต้องเผชิญคริสต์มาสที่ร้อนที่สุดโดยมีอุณหภูมิถึง 37 องศาเซลเซียส และทำให้ปี 2015 เป็นปีแห่งความแปรปรวนที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นเลยทีเดียว







