
ตั้งเป้าปล่อยเสรีหยวนปี2020
จีนตั้งเส้นตายปลดกำแพงคุมเงินหยวนปี 2020 ยกระดับตลาดเงินเป็นฮับเอเชีย
จีนตั้งเส้นตายปลดกำแพงคุมเงินหยวนปี 2020 ยกระดับตลาดเงินเป็นฮับเอเชีย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่า ทางพรรคจะหารือแผนการ 5 ปี แผนที่ 13 สำหรับปี 2016-2020 ในสัปดาห์หน้า โดยจะมีการพูดคุยถึงเส้นตายยกเลิกการควบคุมค่าเงินหยวนทั้งหมด และตั้งกำหนดเส้นตายเอาไว้ที่ปี 2020
นอกจากนี้แล้ว แผนการดังกล่าวยังรวมถึงการลดอุปสรรคให้สถาบันต่างชาติที่ไม่ใช่สถาบันทางการเงิน เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการสินทรัพย์ และบริษัทประกัน รวมถึงยังเปิดกว้างอินเทอร์เน็ตไฟแนนซ์และการลงทุนจากภาคเอกชนให้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน แหล่งข่าวดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่า จีนยังจะเดินหน้าแผนการสนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีภายในประเทศสำหรับเครื่องยนต์ใหม่ หุ่นยนต์ และพลังงานนิวเคลียร์ และลดการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันจีนตั้งเป้าหมายการส่งเสริมสินค้า “เมด อิน ไชน่า” ในสินค้าประเภทชิ้นส่วนให้ได้ 40% ภายในปี 2020
เช่นเดียวกับแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเพิ่มพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ในขณะเดียวกันจีนยังวางแผนจะยกระดับระบบสวัสดิการรัฐระหว่างเมืองและชนบทให้มีความเท่าเทียมกันมากขึ้นอีกด้วย
ด้าน โจวเฮา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารคอมเมิร์ซแบงก์ เอจี ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า การเปิดเสรีตลาดค่าเงินดังกล่าว จะยิ่งยกระดับให้แก่สถานะของจีนในตลาดการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ทั้งโลกจะสามารถเข้าถึงตลาดจีนที่มีประชากร 1,300 ล้านคน ได้ง่ายขึ้น
“แผนการดังกล่าวจะสนับสนุนเป้าหมายของจีนในการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินของเอเชีย เช่นเดียวกับฮ่องกงและสิงคโปร์” โจวเฮา กล่าว
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของจีนในการผลักดันค่าเงินหยวนเป็นเงินสกุลหลักของโลกในตะกร้าเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งจะมีการตัดสินในเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยสำนักข่าวซินหัวกระบอกเสียงของจีนรายงานว่า สหราชอาณาจักรได้ออกมาสนับสนุนให้ค่าเงินหยวนได้เป็นหนึ่งในสกุลเงินดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนนั้น หวังเสี่ยวอี้ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศ (เซฟ) เปิดเผยว่า การผ่อนคลายตลาดเงินทุนจะค่อยเป็นค่อยไปและไม่จำกัดการควบคุมในทันที เนื่องจากกังวลความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
ปัจจุบันจีนแบ่งการแลกเปลี่ยนค่าเงินออกเป็น 2 ระดับ คือ ออนชอร์ หรือการซื้อขายภายในประเทศจีน ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวแข็งค่าหรืออ่อนค่าได้ 2% จากอัตราอ้างอิงที่จีนกำหนด และออฟชอร์ คือตลาดที่นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าซื้อขายได้โดยตรง
ด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 1.5% ปิดตลาดที่ 3,368.74 จุด เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา







