
‘จีน’โล่งไตรมาส2แผ่ว สหรัฐปรับจีดีพีปีนี้ลด
จีนประกาศไตรมาส 2 เริ่มชะลอตัวแล้ว พร้อมย้ำไม่ปล่อยหยวนลอยตัวตามกลไกตลาด ด้านเฟดปรับลดตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐ
จีนประกาศไตรมาส 2 เริ่มชะลอตัวแล้ว พร้อมย้ำไม่ปล่อยหยวนลอยตัวตามกลไกตลาด ด้านเฟดปรับลดตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐ
เอพี รายงานว่า สำนักงานสถิติของจีน เปิดเผยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของจีนอยู่ที่ 10.3% ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ขยายตัวสูงถึง 11.9% อันเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มทยอยหมดลง และรัฐบาลปักกิ่งได้ใช้มาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดความร้อนแรงของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้เสียของธนาคารของรัฐ
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนครั้งนี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ต้องการจีนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก อีกทั้งยังจะส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกไปยังจีน ซึ่งบริษัทต่างชาติจำนวนมากต่างพึ่งพาการส่งออกไปยังจีน ในขณะที่ความต้องการในประเทศอื่นๆ ยังอยู่ในภาวะซบเซา
“การชะลอของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงอย่างรวดเร็วนี้ จะทำให้ประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบมายังจีนได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงจากการลงทุนที่ลดลง” ซิงซิเสวียง นักเศรษฐศาสตร์ของไชนา อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล คอร์ป (ซีไอซีซี) ในกรุงปักกิ่ง กล่าว
เฉิงไหล่หยุน โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน กล่าวว่า แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะลดลง แตก็ยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่ดี และเป็นไปตามเป้าที่การขยายตัวที่รัฐบาลตั้งไว้ นั่นคือ 8% ในปีนี้
“อัตราการเติบโตที่ชะลอตัวนี้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้จีนเติบโตอย่างร้อนแรง และรวดเร็วเกินไป” เฉิง กล่าวระหว่างแถลงข่าว
โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ ยังกล่าวด้วยว่า นโยบายดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการส่งออก
วันเดียวกัน เอเอฟพี รายงานว่า หูเสี่ยวเหลียน รองผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน ได้ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลจีนจะยังคงเป็นผู้ควบคุมการอัตราการแลกเปลี่ยนและการลอยตัวค่าเงินหยวนเอง โดยไม่ปล่อยให้ขึ้นลงตามกลไกตลาด
พร้อมกันนี้ จีนยังย้ำว่า การปรับค่าเงินหยวนต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะผลกระทบต่อกลุ่มผู้ส่งออก
ขณะที่เอพีรายงานโดยอ้างเอกสารการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า เฟดได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ลงมาอยู่ในระดับ 33.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตในระดับ 3.23.7% ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย.
นอกจากนี้ เฟดยังเตรียมออกนโยบายใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ หากเศรษฐกิจของประเทศส่อเค้าจะกลับเข้าสู่สภาวะเลวร้ายอีกครั้ง







