posttoday
อิเหนาหนี้ท่วมฉุดรูเปียห์ร่วง

อิเหนาหนี้ท่วมฉุดรูเปียห์ร่วง

09 กันยายน 2558

อินโดนีเซียหนี้ท่วม ฉุดรูเปียห์ร่วงระดับเดียวกับปี 2540 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อไม่เกิดต้มยำกุ้ง 2

อินโดนีเซียหนี้ท่วม ฉุดรูเปียห์ร่วงระดับเดียวกับปี 2540 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อไม่เกิดต้มยำกุ้ง 2

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ปริมาณหนี้ในรูปแบบสกุลเงินต่างชาติของทั้งประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงรัฐบาล บรรดาธนาคาร และเอกชน อยู่ที่ 3.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) มากที่สุดทำสถิติใหม่ และมากกว่าปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของอินโดนีเซียที่อยู่ที่ 1.054 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถึง 3 เท่า

จากข้อมูลของธนาคารกลางอินโดนีเซีย ยังระบุอีกด้วยว่า ภาคเอกชนถือหนี้มากที่สุดในปริมาณหนี้ทั้งหมดที่ 1.697 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะบริษัท พีที อัสตรา อินเตอร์เนชั่นแนล ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ที่มีหนี้ในสกุลเงินต่างชาติมากที่สุดที่ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอสแอนด์พี บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดความน่าเชื่อถือของเอกชนในอินโดนีเซียไปแล้ว 7 แห่ง ในปี 2015 นี้

จากปริมาณหนี้มหาศาลดังกล่าว ก่อให้เกิดความกังวลต่อค่าเงินรูเปียห์ของนักลงทุน ซึ่งเทขายค่าเงินดังกล่าวในเวลาต่อมา ส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง 13.3% นับตั้งแต่ต้นปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1998 (พ.ศ. 2540) และเป็นค่าเงินที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชียเป็นอันดับ 2 รองจากค่าเงินริงกิตของมาเลเซีย

ขณะเดียวกัน ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียก็อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยอ่อนค่าลง 0.2% เป็น 4.3385 ริงกิต/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ค่าเงินดังกล่าวอ่อนค่าไปแตะระดับ 4.3730 ริงกิต/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 1998 หลังราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของมาเลเซียปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ฮัล ฮิล ศาสตราจารย์ฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงนี้จะส่งผลให้สินค้าของอินโดนีเซียมีราคาถูกลง และช่วยเศรษฐกิจในระยะยาวได้

“อินโดนีเซียยังไม่เกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์อย่างที่เป็นที่มาของวิกฤตเศรษฐกิจ” ฮิล กล่าว

สอดคล้องกับ เรย์มอนด์ เชีย หัวหน้าฝ่ายวิจัยความน่าเชื่อถือเอเชียแห่งชรอเดอร์ บริษัทลงทุนสินทรัพย์จากสหราชอาณาจักร กล่าวว่า บริษัทมาเลเซียที่เน้นผู้บริโภคและการส่งออกจะสามารถรอดพ้นวิกฤตหนี้ไปได้ โดยนอกจากค่าเงินจะอ่อนลงแล้ว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว