
อิหร่าน-รัสเซีย-จีน
หลังจากที่อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศมหาอำนาจทั้ง 6 ชาติ ได้แก่ สหรัฐ จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และเยอรมนี ไปในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่านในที่สุด
หลังจากที่อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศมหาอำนาจทั้ง 6 ชาติ ได้แก่ สหรัฐ จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และเยอรมนี ไปในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่านในที่สุด
อาเธอร์ เฮอร์มัน สมาชิกอาวุโสสถาบันฮัดซัน สถาบันคลังสมองไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐ เปิดเผยว่า จีนและรัสเซียจะใช้โอกาสการยกเลิกการคว่ำบาตรนี้อย่างเต็มที่ในหลากหลายด้าน โดยประการที่สำคัญที่สุด คือ การกระชับความสัมพันธ์ทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทหาร เพื่อขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางให้แซงหน้าสหรัฐ
ในด้านของรัสเซีย อิหร่านสามารถใช้ซีเรียที่ตัวเองมีอิทธิพลอยู่ในการอำนวยความสะดวกการฝึกซ้อมรบทางทะเลในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกได้ ในขณะที่ด้านของจีน จีนสามารถยกระดับการร่วมมือทางการทหาร เช่น การฝึกซ้อมรบทางทะเลที่เริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2014 และการให้อิหร่านเข้าร่วมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ที่ประเทศใดก็ตามที่ถูกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คว่ำบาตรจะไม่สามารถเข้าร่วมได้
สำหรับจีนแล้ว อิหร่านจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาความพยายามในการสร้างเส้นทางสายไหมแห่งใหม่อีกด้วย
ประกอบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อิหร่านประสบความสำเร็จในการขยายอำนาจไปประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง ทั้งซีเรีย อิรัก และเยเมน โดยภายหลังจากที่อิหร่านพ้นจากคว่ำบาตรแล้ว อิหร่านจะกลายเป็นผู้มีอำนาจใหม่ของตะวันออกกลางเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีด้านการนำเข้าน้ำมันของจีน ที่จะสามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้มากขึ้น รวมถึงทั้งจีนและรัสเซียยังสามารถขายอาวุธให้กับอิหร่านได้อีกด้วย







