
ไม่ใช่เวลาทอง
ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นเดือน ก.ย.นี้ และค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าจากแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่สดใสกว่าชาติอื่นๆ ได้ส่งผลให้ราคาทองคำในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดแรงเทขายอย่างหนัก และปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ที่ 1,106.80 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นเดือน ก.ย.นี้ และค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าจากแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่สดใสกว่าชาติอื่นๆ ได้ส่งผลให้ราคาทองคำในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดแรงเทขายอย่างหนัก และปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ที่ 1,106.80 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์และนักลงทุนหลายสำนักต่างแสดงความคิดเห็นว่า ในขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาในการถือครองทองคำ เพราะยังมีแนวโน้มที่ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอีก
บาร์นาบาส กัน จากโอเวอร์ซี ไชนีส แบงก์กิ้ง คอร์ป ซึ่งเป็นผู้คาดการณ์ราคาโลหะมีค่าที่แม่นยำที่สุดของบลูมเบิร์กระบุว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 1,050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าปัจจุบันถึง 5.2%
“ผมคิดว่าเป็นเรื่องยากมากๆ ในตอนนี้ที่จะมีเหตุผลที่ดีที่ว่าทำไมจึงต้องลงทุนในทองคำ” เจอร์ฮาร์ท ชูเบิร์ท ผู้ก่อตั้งชูเบิร์ท คอมโมดิตีส์ คอนเซาแทนซี กล่าว
ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงยังทำให้นักวิเคราะห์ต่างพากันปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในปีนี้ โดย กอร์เก็ทท์ โบล์ จากเอบีเอ็น อาร์โม แบงก์ และ โรบิน บาร์ จากโซซิเอเต้ เจเนอรัล ต่างประเมินว่าราคาทองคำจะร่วงลงไปแตะระดับเพียง 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ภายในเดือน ธ.ค.นี้







