
ตลาดเกิดใหม่ซึมทุนไหลออก
เงินไหลออกตลาดเกิดใหม่มากสุดนับจากปี 2009 เหตุเศรษฐกิจแย่
เงินไหลออกตลาดเกิดใหม่มากสุดนับจากปี 2009 เหตุเศรษฐกิจแย่
เจ.พี.มอร์แกน สถาบันการเงินรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ประเทศตลาดเกิดใหม่มีเงินทุนไหลออกถึง 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.1 ล้านล้านบาท) มากที่สุดนับแต่ปี 2009 และสวนทางกับการไหลเข้าของเงินทุนในไตรมาสแรกที่ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ เจ.พี.มอร์แกน ระบุสาเหตุการไหลออกของเงินทุนดังกล่าวว่า เกิดจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะจีนที่มีปริมาณเงินทุนไหลออกในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.42 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ยอดรวมจาก 5 ไตรมาสล่าสุด จีนมีเงินทุนไหลออกไปแล้วมากถึง 5.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การไหลออกของเงินทุนดังกล่าวส่งผลให้ผลตอบแทนของพันธบัตรในประเทศเกิดใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่ธนาคารกลางของประเทศเกิดใหม่ขายหลักทรัพย์จากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและเยอรมนี เพื่อชดเชยการไหลออกของเงินทุนดังกล่าว
ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กเปิดเผยดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐว่าปรับตัวแข็งค่าขึ้น 1.6% เทียบค่าเงินหลัก 10 สกุล สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน และยังเป็นการแข็งค่าขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4
การเคลื่อนไหวดังกล่าวของสกุลเงินเหรียญสหรัฐเกิดขึ้นภายหลังจากเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ภายในสิ้นปี 2015 นี้อย่างแน่นอน หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามที่คาดไว้
“ถ้าเศรษฐกิจปรับตัวตามที่เราคาดไว้ สภาพเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะรองรับการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”เยลเลน กล่าว
โอเมอร์ เอสเนอร์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดค่าเงินของคอมมอนเวลท์ ฟอเรนจ์ เอ็กซ์เชนจ์ สาขากรุงวอชิงตัน กล่าวว่า ตลาดคาดการณ์จากการจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดมากกว่าปัจจัยใดๆ และค่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้อีกด้วย
ทั้งนี้ ในขณะเดียวกับที่เฟดประกาศจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน ด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก็ประกาศคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 3% เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไปอยู่ที่ 1.083 เหรียญสหรัฐ/ยูโร
ภาพ เอเอฟพี







