
ดีลประวัติศาสตร์ เจรจานิวเคลียร์อิหร่านฉลุย
หลังจากที่เดินหน้าเจรจาต่อรองกันมานานมากกว่า 10 ปี อิหร่านและชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ และจีน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
หลังจากที่เดินหน้าเจรจาต่อรองกันมานานมากกว่า 10 ปี อิหร่านและชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ และจีน สามารถบรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์ร่วมกันเกี่ยวกับการจำกัดโครงการการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน แลกเปลี่ยนกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของนานาประเทศได้เรียบร้อยแล้ว
“ผมเชื่อว่านี่เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ เราได้ข้อตกลงที่แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถบรรลุได้ และนี่เป็นความสำเร็จที่สำคัญของเราทุกคน” โมฮัมหมัด จาวาด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวภายหลังจากการประชุมในกรุงเวียนนา
เช่นเดียวกับทาง เฟเดอริกา โมเกรินี หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กล่าวว่า เป็นวันประวัติศาสตร์ และเป็นสัญญาณของความหวังของ
ทั้งโลกใบนี้
รายงานจากเอพี ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะป้องกันไม่ให้อิหร่านผลิตวัตถุดิบที่เพียงพอต่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี และจะมีการกำหนดเงื่อนไขใหม่ในการเข้าตรวจสอบโรงงานต่างๆ ของอิหร่าน รวมไปถึงฐานทัพด้วย
ภายในรายละเอียด อิหร่านได้ตกลงที่จะดำเนินการห้ามเคลื่อนย้ายอาวุธของอิหร่านอีก 5 ปี อย่างไรก็ตามข้อห้ามดังกล่าวอาจร่นระยะเวลาเร็วขึ้น ถ้าหากว่าทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) สามารถจำกัดการดำเนินการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในตอนนี้ได้อย่างเด็ดขาด ขณะที่อิหร่านยังคงจะอยู่ภายใต้ข้อบังคับห้ามการซื้อเทคโนโลยีขีปนาวุธต่อไปอีก 8 ปีด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงวอชิงตันได้พยายามที่จะห้ามไม่ให้อิหร่านนำเข้าและส่งออกอาวุธ เนื่องจากกังวลว่าอิหร่านที่จะมีรายได้มหาศาลจากข้อตกลงนิวเคลียร์จะไปเพิ่มการให้ความช่วยเหลือทางการทหารต่อรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย กลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ และกองกำลังอื่นๆ ที่ต่อต้านชาติพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้แล้ว ข้อตกลงสำคัญที่สามารถบรรลุร่วมกันได้นั้น จะเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ของทางสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขอเข้าไปตรวจที่ฐานทัพทหารของอิหร่านได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามการไปตรวจสอบนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน หรืออาจจะต้องเลื่อน
เนื่องจากว่าภายใต้ข้อตกลงนี้ทางรัฐบาลกรุงเตหะรานมีสิทธิที่จะขอยื่นคัดค้าน และทางคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการที่ประกอบไปด้วย 6 ประเทศมหาอำนาจและอิหร่านจะเป็นผู้พิจารณาในประเด็นนี้ต่อไป
ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ยอมรับว่า การคว่ำบาตรจะเกิดขึ้นอีกครั้งใน 65 วัน ถ้าหากอิหร่านฝ่าฝืนข้อตกลง
ในด้านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่อิหร่านจะได้มาจากข้อตกลงในครั้งนี้นั้น ถูกประเมินว่ามีมูลค่ามหาศาล โดยทางอิหร่านจะได้รับสินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศมากกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 ล้านล้านบาท) การคว่ำบาตรการค้าน้ำมันและก๊าซ การทำธุรกรรมทางการเงิน การบิน และการขนส่งสินค้าต่างๆ จะได้รับการยกเลิก
ข้อตกลงประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นนี้ ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกในกระดานอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าปรับตัวลดลงทันที อันเนื่องมาจากความกังวลถึงซัพพลายน้ำมันโลกที่จะมีล้นตลาด หลังอิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลง 2% ไปอยู่ที่ 51.14 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในการซื้อขายช่วงเช้าของลอนดอน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลดลงมากถึง 2.5% ไปอยู่ที่ราว 56.43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







