
หุ้นจีนร่วงหนัก มาตรการช่วยเอาไม่อยู่
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของจีนยังคงปรับตัวลดลงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ในวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของจีนยังคงปรับตัวลดลงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ในวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ปิดตลาดปรับตัวลดลงถึง 5.9% หรือ 219.93 จุด ไปปิดตลาดที่ 3,507.19 จุด โดยนับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดในวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงไปแล้ว 32% แม้ว่าทางการจีนจะได้พยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อพยุงตลาดหุ้นแล้วก็ตาม
รายละเอียดมาตรการในการช่วยเหลือของทางการจีน ในวันที่ 8 ก.ค. นั้นประกอบไปด้วยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ที่ได้ให้คำมั่นว่าจะใช้ช่องทางต่างๆ ในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้น ผ่านช่องทางของบรรษัทสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์แห่งจีน (ซีเอสเอฟซี) เข้าไปช่วยตลาดหุ้น ซึ่งจะมีวงเงินอย่างน้อย 5 แสนล้านหยวน (ราว 2.5 ล้านล้านบาท)
“พีบีโอซีจะให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของตลาดและทำอะไรก็ตามที่สามารถป้องกันความเสี่ยงทางด้านระบบ” ธนาคารกลางจีน แถลง
จาวหยาง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านจีน ของโนมูระ โฮลดิ้ง อิงค์ ในฮ่องกง ระบุว่า ความผันผวนที่รุนแรงในตลาดหุ้นกำลังเป็นความกังวลที่มากขึ้นสำหรับผู้กำหนดนโยบาย
“เมื่อตลาดหุ้นย่ำแย่ แผนการปฏิรูปหลายแผนจะได้รับผลกระทบ แถลงการณ์ของพีบีโอซีนั้นเป็นประโยชน์ที่จะช่วยสร้างเสถียรภาพขึ้นได้เล็กน้อย ทว่ารัฐบาลอาจจำเป็นที่จะต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่รุนแรงเพื่อสร้างเสถียรภาพ” จาว กล่าว
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำกับดูแลภาคการประกันภัย (ซีไออาร์ซี) ก็ระบุเช่นเดียวกันว่า บริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจะได้รับอนุญาตให้ลงทุนสูงสุด 10% ของสินทรัพย์ของบริษัทในหุ้นชั้นดี (บลูชิพ) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเพดานเดิมที่กำหนดไว้ที่ 5% เท่านั้น
ความวุ่นวายที่เกิดในตลาดหลักทรัพย์ของจีน ได้ส่งผลให้ คริส เวสตัน หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านตลาดของไอจี ระบุว่า วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาถือว่าเป็นวันพุธทมิฬทีเดียว
“นับเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการกำกับดูแลภาคการประกันภัย (ซีไออาร์ซี) ยอมรับว่ามีการเกิดขึ้นของการเทขายอย่างตื่นตระหนกขึ้นจริง” เวสตัน กล่าว
นอกจากนี้แล้ว คณะกรรมการสินทรัพย์ของจีนได้สั่งให้บริษัทที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของไม่ให้ขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่ไม่ปกติ
“ความตื่นตระหนกและการเทขายอย่างไร้เหตุผลของนักลงทุนได้ส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในตลาดหุ้น” เติ่งเกอ โฆษกของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์จีน (ซีเอสอาร์ซี) กล่าว
นอกจากนี้แล้ว จากตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงในวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนอีกราว 500 แห่ง ได้ยุติการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อป้องกันการเทขายหุ้นของนักลงทุน ส่งผลให้มีบริษัทจดทะเบียนแล้วราว 1,300 แห่ง ที่ได้ระงับการซื้อขาย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของบริษัทที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่หรือคิดเป็นมูลค่าหุ้นที่สูงถึง 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
พร้อมกันนี้ จาว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านจีน ของโนมูระ โฮลดิ้ง อิงค์ ยังระบุด้วยว่า จีนอาจมีมาตรการอื่นๆ ที่ออกมาเพิ่มเติมอีก ซึ่งอาจรวมถึงกระทรวงการคลังแดนมังกรทุ่มเงิน 1 ล้านล้านหยวน (ราว 5 ล้านล้านบาท) ในการสนับสนุนตลาดหุ้น อีกทั้งอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและสัดส่วนเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) ด้วย







