
แนะปั้นโคแบรนด์ไทย-ลาว
สภาธุรกิจไทย-ลาวแนะเอกชนปั้นโคแบรนด์ไทย-ลาว พร้อมแข่งราคา-คุณภาพบุกนอก
สภาธุรกิจไทย-ลาวแนะเอกชนปั้นโคแบรนด์ไทย-ลาว พร้อมแข่งราคา-คุณภาพบุกนอก
นายจตุรงค์ บุนนาค รองประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว กล่าวว่า เนื่องจากไทยมีกรอบของวัฒนธรรมเดียวกัน มีรากเหง้าเดียวกัน มีไลฟ์สไตล์คล้ายคลึงกัน จึงควรจะมีการพัฒนาแบรนด์ร่วมระหว่าง 2 ชาติ หรือ โคแบรนด์ ขึ้น เพื่อส่งออกไปขายยังต่างประเทศ หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
“ไทยมีจุดแข็งด้านการจัดการ เงินทุน ขณะที่ลาวมีจุดแข็งด้านทรัพยากร ปัจจัยการผลิตราคาถูก หากมีการร่วมมือกันผลิตสินค้าภายใต้โคแบรนด์ออกจำหน่ายในต่างประเทศ จะเสริมศักยภาพในการแข่งในตลาดได้อีกมาก สามารถแข่งขันได้ทั้งราคาและคุณภาพ” นายจตุรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ สินค้าที่ควรพัฒนาร่วมกันเป็นโคแบรนด์ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อส่งไปขายยังจีน เนื่องจากชาวจีนนิยมสินค้าไทยอยู่แล้ว หากมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ก็น่าจะยิ่งส่งเสริมให้สินค้าไทยมีศักยภาพในตลาดจีนสูงขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม ก็อาจพัฒนาเป็นโรงแรมไทย-ลาว ไปลงทุนในจีน โดยให้พนักงานชาวลาวมาอบรมที่ไทย แล้วค่อยไปทำงานที่จีน
นอกจากนี้ ไทยและลาวยังถือเป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ตรงกลางของภูมิภาคทั้ง 2 ประเทศ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศต่างๆ ได้ รวมถึงจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ด้วย อนาคตยังอาจขยายการส่งออกไปญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปด้วย
นายจตุรงค์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน สภาได้พยายามดำเนินการหลายด้าน เพื่อให้นักธุรกิจไทยมีโอกาสลงทุนในลาวมากขึ้น ได้แก่ 1.จัดคลินิกเอสเอ็มอี โดยให้ผู้ที่มีประสบการณ์การลงทุนในลาว ให้คำแนะนำแก่นักธุรกิจที่สนใจบุกตลาด ทำให้นักธุรกิจมั่นใจว่าเข้ามาแล้วจะไม่โดนหลอก
2.เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสภาธุรกิจไทย-ลาวและสภาธุรกิจอื่นๆ ในระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ทั้งสภาธุรกิจไทย-พม่า สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา สภาธุรกิจไทย-จีน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าระหว่างกัน รวมถึงช่วยจับคู่ธุรกิจระหว่างนักลงทุนภายในอนุภูมิภาค
3.รวมกลุ่มธุรกิจไทยในลาว เช่น จัดสภาสัญจรไปยังภาคใต้ของลาว เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักธุรกิจ พร้อมทั้งให้ข้อมูลด้านกฎหมายในลาว เชิญวิทยากร เช่น รมว.อุตสาหกรรมและการค้าของลาว มาปาฐกถาพิเศษให้แก่นักลงทุนไทย 4.เชื่อมโยงระหว่างผู้ใหญ่ในลาวและภาคธุรกิจของไทย เช่น การจัดกอล์ฟสภาธุรกิจไทย-ลาว ชิงถ้วยนายกรัฐมนตรีลาว มีรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ของลาวเข้าร่วมด้วย







