
ชาวกรีซผวาหนัก ถอนเงิน2แสนล้าน
ชาวกรีซกังวลหนักถอนเงินวันเดียว 7 หมื่นล้าน รวมทั้งสัปดาห์เหยียบ 2 แสนล้าน
ชาวกรีซกังวลหนักถอนเงินวันเดียว 7 หมื่นล้าน รวมทั้งสัปดาห์เหยียบ 2 แสนล้าน
หนังสือพิมพ์คาธิเมอรินี ของกรีซ รายงานว่า ปริมาณเงินที่ถูกถอนออกจากบัญชีของธนาคารต่างๆ ทั่วประเทศอยู่ที่ 1,700-2,000 ล้านยูโร (ราว 6.5-7.6 หมื่นล้านบาท) ในวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมาเพียงวันเดียว ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นว่า กรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ หลังการเจรจาขอรับเงินช่วยเหลือจำนวน 7,200 ล้านยูโร จากเจ้าหนี้ระหว่างประเทศยังไม่บรรลุผล
สื่อกรีซรายงานว่า จากยอดการถอนเงินออกจากบัญชีเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ได้ส่งผลให้ยอดรวมของเงินที่ถูกถอนออกจากบัญชีธนาคารกรีซแห่งต่างๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งไปอยู่ที่ 5,000 ล้านยูโร (ราว 1.9 แสนล้านบาท) แต่จนถึงขณะนี้ธนาคารกรีซยังไม่ถึงกับเผชิญกับภาวะแบงก์รันแต่อย่างใด
ท่ามกลางภาวะเงินฝากที่ไหลออกจากธนาคารในกรีซ ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวภายใน ระบุว่า วันที่ 19 มิ.ย. ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ขยายวงเงินโครงการให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (อีแอลเอ) แก่ภาคธนาคารกรีซเพิ่ม 1,750 ล้านยูโร ซึ่งขยายเพดานไปอยู่ที่ 8.59 หมื่นล้านยูโร เพื่อเปิดทางให้ธนาคารกรีซยังสามารถดำเนินงานต่อไปได้จนถึงวันที่ 22 มิ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า ธนาคารกลางกรีซได้ยื่นขอให้อีซีบีขยายวงเงินอีแอลเอเพิ่ม 3,500 ล้านยูโร ซึ่งจะทำให้ภาคธนาคารของกรีซยังดำเนินไปได้จนถึงการประชุมของอีซีบี ที่มีกำหนดในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ทว่าอีซีบีได้ตัดสินใจเพิ่มให้เพียง 1,750 ล้านยูโรเท่านั้น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซเตรียมเข้าพบผู้นำยูโรโซนในการประชุมฉุกเฉิน ในวันที่ 22 มิ.ย.ที่กรุงบรัสเซลส์ นับเป็นหนึ่งในโอกาสสุดท้ายของกรีซที่จะบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ ก่อนที่โครงการรับเงินช่วยเหลือจะหมดอายุในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กรีซต้องชำระหนี้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำนวน 1,600 ล้านยูโร
ด้านนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิลของเยอรมนี ได้เตือนว่า ข้อตกลงระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้จะต้องได้ก่อนการประชุมวันที่ 22 มิ.ย. มิฉะนั้นการประชุมฉุกเฉินดังกล่าวจะไม่สามารถบรรลุมติใดๆ ได้
“การประชุมนี้จะเป็นการประชุมแห่งการตัดสินใจได้ก็ต่อเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นพื้นฐานต่อการตัดสินใจ” ผู้นำเมืองเบียร์ กล่าว







