posttoday
ความเท่าเทียม

ความเท่าเทียม

29 มิถุนายน 2553

ปัญหาใหญ่ในวันนี้ของประเทศไทยจึงไม่ได้อยู่ที่เสื้อสีอะไรอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าจะทำให้ช่องว่างระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่รอบนอกลดลงได้อย่างไร

ปัญหาใหญ่ในวันนี้ของประเทศไทยจึงไม่ได้อยู่ที่เสื้อสีอะไรอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าจะทำให้ช่องว่างระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่รอบนอกลดลงได้อย่างไร

โดย...ธนพล ไชยภาษี

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานข่าวถึง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลังประเทศไทยว่าจะเดินหน้าสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม|หลังจากที่เกิดวิกฤตทางการเมืองที่กลุ่มผู้ประท้วงใช้ประเด็นความไม่เท่าเทียมนี้เป็นข้ออ้างก่อความวุ่นวายขึ้น ซึ่งเป็นที่รู้ดีกันว่าในประเทศไทยนั้น การกระจายโอกาสและทรัพยากรถือเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาทุกยุคทุกสมัย

“ความไม่เท่าเทียม” สำหรับคำนี้ บอกตรงๆ ครับว่ามีเนื้อหากินวงกว้างมาก ความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติ ทางสีผิว ทางสังคม ทางการเมือง ตลอดไปจนความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ถือเป็นความไม่เท่าเทียมทั้งนั้น แล้วแต่ใครจะรู้สึกไปแบบไหน ไปทางใด

ขอแบ่งง่ายๆ ออกเป็น 2 ประเภท อย่างแรก คือความไม่เท่าเทียมที่ได้มาตั้งแต่กำเนิด คนหนึ่งเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย คนหนึ่งเกิดมาในสลัม คนหนึ่งเกิดมาผิวขาวได้รับความนิยมชมชอบ คนหนึ่งเกิดมาผิวกระดำกระด่าง สิ่งเหล่านี้เลือกเกิดกันไม่ได้ แต่เลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองได้ คนเกิดมาจน ถ้าขยันขันแข็ง รู้จักทำมาหากิน ก็ไต่ฐานะขึ้นมาได้ทั้งนั้น คนผิวไม่สวย ก็ดูแลให้ตัวเองมีสุขภาพดีได้
อย่างที่ 2 คือความไม่เท่าเทียม ที่เกิดขึ้นมาจากการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐ อย่างประเทศไทย ระบบการกระจายทางการศึกษา เศรษฐกิจ และทรัพยากรยังอยู่ในขั้นแย่

ทุกอย่างมารวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะประเทศไทยมีเมืองหลวงเป็นประเภทเมืองโตเดี่ยว ที่ทั้งงบประมาณและความเป็นศูนย์กลางต่างๆ มารวมตัวกันที่นี่แห่งเดียว ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างเมืองหลวงและเมืองในชนบทสูง

ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่มีการกระจายความมั่งคั่งไปทั่วประเทศ ในบางประเทศนั้นเมืองหลวงมีสถานะเป็นเพียงเมืองราชการเท่านั้น อย่างออสเตรเลียก็มีกรุงแคนเบอร์ราเป็นเมืองหลวงที่ตั้งของศูนย์ราชการต่างๆ แต่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอยู่ที่นครซิดนีย์และเมลเบิร์น ในสหรัฐเมืองหลวงคือกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งไม่มีความสำคัญอะไรทางเศรษฐกิจนัก เมื่อเทียบกับนิวยอร์กหรือลอสแองเจลิส
ประเทศไทยหากเปรียบเหมือนคนก็เหมือนคนตัวลีบแต่หัวโต เพราะในขณะที่กรุงเทพฯ เจริญเอา แต่กลับทิ้งให้พื้นที่ชนบทถูกทิ้งอยู่ข้างหลัง ผลักดันให้คนจากพื้นที่ชนบทต้องเข้ามาแสวงหาโอกาสในกรุงเทพฯ เมื่อคนชนบทและคนในเมืองมาเจอกันในเมืองย่อมเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่าง ทำให้คนมีความรู้สึกไม่เท่าเทียม

ปัญหาเหล่านี้อยู่คู่เมืองไทยมาเป็นสิบเป็นร้อยปี แต่การกระจายความมั่งคั่งไปสู่พื้นที่รอบนอกของประเทศก็ยังย่ำแย่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

จะสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งกระจายความเจริญออกไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการศึกษา

ปัญหาใหญ่ในวันนี้ของประเทศไทยจึงไม่ได้อยู่ที่เสื้อสีอะไรอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าจะทำให้ช่องว่างระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่รอบนอกลดลงได้อย่างไรครับ

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท