
"ไลบีเรีย" ปราบอีโบลาสำเร็จ
WHOออกแถลงการณ์ยืนยันไลบีเรียเป็นประเทศปลอดอีโบลาแล้ว พบอดีตผู้ติดเชื้อตาเปลี่ยนสี
WHOออกแถลงการณ์ยืนยันไลบีเรียเป็นประเทศปลอดอีโบลาแล้ว พบอดีตผู้ติดเชื้อตาเปลี่ยนสี
องค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไลบีเรียเป็นประเทศที่ปลอดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่พบรายงานการติดเชื้อรายใหม่มาเป็นระยะเวลานานกว่า 42 วันแล้ว โดยสรุปไลบีเรียมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดังกล่าวในช่วงการระบาดตั้งแต่ปีที่แล้วทั้งสิ้นมากกว่า 4,700 ราย
รายงานทางการแพทย์ระบุว่า กรณีผู้ติดเชื้อรายสุดท้ายของไลบีเรียเป็นหญิงที่พำนักอยู่ในกรุงมันโรเวีย ซึ่งพบสำแดงอาการป่วยในวันที่ 20 มี.ค. 2558 และเสียชีวิตหลังจากนั้น 7 วัน โดยทีมแพทย์ได้นำตัวผู้ที่ติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต 332 รายมาทำการตรวจและเฝ้าดูอาการหลังจากนั้น แต่ยังไม่พบผู้สำแดงอาการต้องสงสัย นอกจากนี้ แพทย์ยังคงสืบหาสาเหตุหรือต้นตอของการติดเชื้อของเหยื่อรายสุดท้ายของไลบีเรียกระทั่งบัดนี้
องค์การอนามัยโลกกล่าวยกย่องรัฐบาลและชาวไลบีเรียที่มุ่งมั่นและร่วมมือกันจนปราบเชื้ออีโบลาในประเทศได้สำเร็จ ตลอดจนแพทย์และพยาบาลที่อุทิศตนรักษาผู้ติดเชื้ออย่างไม่ย่อท้อ แม้อยู่ในสภาวะขาดแคลนอุปกรณ์จำเป็น โดยรายงานสรุปรวมล่าสุดระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อขณะเข้าร่วมในพันธกิจปราบอีโบลาในไลบีเรีย รวมไปถึงกินีและเซียร์ราลีโอน มีจำนวน 868 ราย และเสียชีวิตแล้ว 507 ราย
แม้ความสำเร็จของไลบีเรียได้รับการขานรับจากองค์กรต่างๆ แต่กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งเป็นแนวร่วมหลักในการปราบเชื้อไวรัสที่ยังไม่มีทางรักษาแน่ชัดชนิดนี้ แสดงความเห็นว่า ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น จนกว่าตัวเลขรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเป็นศูนย์ในอีก 2 ประเทศข้างต้นด้วย
ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ในไลบีเรีย ซึ่งร่วมในงานแถลงความสำเร็จครั้งนี้เผยว่า ไม่นิ่งนอนใจกับชัยชนะเหนือเชื้ออีโบลา และขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมรับมือหากมีการระบาดในพื้นที่อีกรอบ
อย่างไรก็ตามแม้จะได้รับการรักษาไวรัสอีโบลาจนหายเป็นปกติผู้ติดเชื้อก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากเชื้อดังกล่าวมีความซับซ้อนที่ยังรอการค้นหาคำตอบอีกมากมาย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการค้นพบใหม่ๆ มากมาย อาทิ ไวรัสมรณะนี้สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง หรือเชื้ออีโบลาตกค้างในดวงตาของอดีตผู้ติดเชื้อได้แม้จะหายจากโรคแล้ว
โรงพยาบาลอีมอรีตรวจพบภาวะแทรกซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับอีโบลาในดวงตาของ เอียน โครซิเย่ร์ แพทย์ชาวอเมริกันวัย 44 ปี ซึ่งติดเชื้อระหว่างปฏิบัติภารกิจที่เซียร์ราลีโอนเมื่อเดือนก.ย. ปีที่ผ่านมา
ความผิดปกติที่ดวงตาหลักๆ คือม่านตาของเขาเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้ากลายเป็นสีเขียว ซึ่งปัจจุบันแพทย์ยังคงเฝ้าดูอาการข้างเคียงนี้ต่อไป







