
หวั่นเหยื่อเนปาลพุ่ง8,000 จีดีพีหาย50%!
หวั่น ยอดผู้เสียชีวิตเนปาลเหยื่อแผ่นดินไหวพุ่งแตะ 8,000 คน คาดจีดีพีประเทศหายวูบ 9-50%
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
หวั่น ยอดผู้เสียชีวิตเนปาลเหยื่อแผ่นดินไหวพุ่งแตะ 8,000 คน คาดจีดีพีประเทศหายวูบ 9-50%
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในเนปาลพุ่งไม่หยุด ล่าสุดเมื่อวานนี้ตัวเลขพุ่งขึ้นไปแตะ 3,726 คนแล้ว ขณะที่ทางด้านหนังสือพิมพ์ ฮิมาลายัน ไทมส์ สื่อท้องถิ่นของอินเดียรายงานอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลเนปาลหวั่นเกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจจะพุ่งถึง 8,000 คนทีเดียว ขณะที่จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นมีมากกว่า 7,000 คน ในขณะนี้
ตำรวจเนปาลยืนยันกับสำนักข่าวเอพีว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในเนปาลอยู่ที่ 3,726 คน ขณะที่ในอินเดียอยู่ที่ 66 คน ในทิเบตอีก 20 คน โดยรัฐบาลเนปาลยังคงเดินหน้าค้นหาผู้เสียชีวิต และผู้ที่คาดว่าจะยังมีชีวิตอยู่โดยถูกฝังอยู่ภายใต้อาคารต่างๆ ทั้งในกรุงกาฐมาณฑุและพื้นที่โดยรอบ แต่ทว่าปฏิบัติการค้นหาก็เป็นไปอย่างยากลำบากมากเนื่องจากถนนถูกตัดขาด บ้านเมืองเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง แต่ทว่าการค้นหาแม้ว่าจะพบร่างผู้เสียชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้มากเช่นกัน
รายงานข่าวระบุว่า ในหลายพื้นที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยมือเปล่าเนื่องจากขาดอุปกรณ์ช่วยเหลือ ยิ่งไปกว่านั้นยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นตามมาเป็นระยะๆ ทำให้การค้นหาต้องสะดุดลงเป็นช่วงๆ นอกเหนือจากที่ยังเกิดฝนตกลงมา
ตามข้อมูลของสำนักงานความร่วมมือด้านกิจการมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 35 เขต จากทั้งหมด 75 เขตทั่วเนปาลทีเดียว หรือคิดเป็นเกือบ 40% ของพื้นที่ทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งขนาดของผลกระทบจากแผ่นดินไหวหนนี้มีขนาดใหญ่มาก และเริ่มส่งผลกระทบต่อความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขของประเทศ
โอซีเอชเอ ระบุว่า สำนักงานต่างๆ ของสหประชาชาติ และพันธมิตรพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสรุปภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อประเมินถึงความต้องการที่เนปาลต้องการอย่างเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เริ่มเกิดความวิตกกังวลมากขึ้นต่อผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับเนปาลในครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อสภาพเศรษฐกิจของเนปาลก่อนเกิดแผ่นดินไหวนั้นย่ำแย่อยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะยิ่งแย่หนักลงไปอีก ถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากนานาชาติ
ทั้งนี้ เนปาลถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความยากจนที่สุดในเอเชีย โดยขนาดของเศรษฐกิจเนปาลนั้นถือว่ามีขนาดเล็กมาก ซึ่งเล็กกว่าทุกๆ รัฐใน 50 รัฐของสหรัฐทั้งสิ้น
ด้านสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐประเมินว่า ผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเนปาลจะหายไประหว่าง 9-50% หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ทีเดียว โดยคาดว่าค่าเฉลี่ยผลกระทบน่าจะอยู่ที่ราว 35% ของจีดีพีที่จะหายไป
“กรุงกาฐมาณฑุ คือศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของชาติ และเมืองนี้ถูกทำลายลงย่อยยับ” มาธุการ์ เอสเจบี รานา อดีตรัฐมนตรีคลังของเนปาล กล่าวให้สัมภาษณ์ขณะที่เจ้าตัวออกมานอนด้านนอกอาคารเนื่องจากเกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องเป็นระยะๆ
“ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะรุนแรงมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของหายนะในครั้งนี้ และขึ้นอยู่กับทรัพยากรและความสามารถที่เราจะรับมือได้ แต่ทว่าเราไม่มีทั้งทรัพยากร และศักยภาพนั้นเลย” เอสเจบี กล่าว







