
อียูถกด่วนเหตุเรือผู้ลี้ภัยล่ม
ยุโรปลุยถกด่วนหลังเรือขนผู้อพยพล่มคาดตาย 700 คน
ยุโรปลุยถกด่วนหลังเรือขนผู้อพยพล่มคาดตาย 700 คน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า เหตุการณ์อับปางของเรือโดยสารผู้อพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนอกชายฝั่งลิเบีย เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ซึ่งคาดว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 คน ได้ก่อให้เกิดแรงกดดันต่อบรรดารัฐบาลของยุโรปในการยกระดับมาตรการช่วยเหลือและค้นหา เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพที่หนีออกมาจากแอฟริกาและตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน วันที่ 20 เม.ย. องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) เปิดเผยว่าได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือที่กำลังอับปางลำหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 300 คน และพบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 คน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ได้ประชุมเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ในลักเซมเบิร์ก หลังจากที่อียูกำลังเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านมนุษยธรรม ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ระบุว่ารัฐบาลในภูมิภาคดังกล่าวมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้น
“ประเด็นหลักคือ การสร้างสามัญสำนึกร่วมของความรับผิดชอบของยุโรปต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเมดิเตอร์เรเนียน โดยต้องรับรู้ว่าไม่มีทางออกที่ง่ายดาย ไม่มีทางออกที่เป็นมายากล” เฟเดอริกา โมเกรินี หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของอียู กล่าวก่อนการประชุม
รายงานระบุว่า เหตุเรืออับปางเมื่อวันที่ 19 เม.ย.เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 24 คน และพบผู้รอดชีวิต 28 คน ซึ่งหากจำนวนผู้เสียชีวิตของเหตุการณ์เรืออับปางครั้งนี้ได้รับการยืนยันว่าอยู่ที่มากกว่า 700 คนจริง จะส่งผลให้มีผู้อพยพเสียชีวิตจากการลี้ภัยในเส้นทางดังกล่าวราว 1,600 คน นับตั้งแต่ต้นปี 2015
“ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับผู้คนที่หมดหวังที่หนีจากสงครามและความขัดแย้ง ยุโรปได้ปิดพรมแดนซึ่งทำให้ผู้คนที่ต้องการได้รับการปกป้องต้องเสี่ยงชีวิตและตายในทะเล” โลริส เดอ ฟิลิปปิ ประธานของกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ประจำประเทศอิตาลี กล่าว
ด้าน นายกรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซี แห่งอิตาลี ระบุว่า การแก้ไขปัญหาผู้อพยพจะต้องไม่เป็นหน้าที่ของอิตาลีและมัลตาเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ยุโรปช่วยก่อเสถียรภาพในลิเบียเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และหวังว่าจะมีการประชุมอียูเกี่ยวกับการอพยพลี้ภัยภายในวันที่ 24 เม.ย.ต่อเนื่องจากการพูดคุยในวันที่ 20 เม.ย.
ก่อนหน้านี้ อิตาลีมีโครงการ แมร์นอสทรัม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือและค้นหาในน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียน ทว่าได้ระงับโครงการดังกล่าวไปเมื่อปลายปี 2014 หลังจากอิตาลีล้มเหลวในการโน้มน้าวนานาชาติยุโรปด้านค่าดำเนินการจำนวน 9 ล้านยูโร/เดือน เนื่องจากชาติในยุโรปยังมีความเห็นขัดแย้งว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนให้ผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาในยุโรปทางอ้อม
ขณะที่ ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศสซึ่งได้พูดคุยกับเรนซีแล้ว ระบุว่า เมดิเตอร์เรเนียนเป็นทะเลที่แอฟริกาและยุโรปใช้ร่วมกันจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ลิเบียเป็นจุดหมายของผู้อพยพลี้ภัยสงครามมายังยุโรป และอิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการไหลของผู้อพยพเข้ามา ซึ่งผู้ลี้ภัยเหล่านี้จะจ่ายเงินให้กับพ่อค้าเพื่อพาเข้ามายังยุโรป







