
บทบาทชาติ กำลังพัฒนา
ภายหลังจาก รากุราม ราจัน ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) ออกมาแสดงความไม่เท่าเทียมกันของกลุ่มประเทศร่ำรวยกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มีบทบาทมากขึ้นในเวทีการเงินระหว่างประทศ
ภายหลังจาก รากุราม ราจัน ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) ออกมาแสดงความไม่เท่าเทียมกันของกลุ่มประเทศร่ำรวยกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มีบทบาทมากขึ้นในเวทีการเงินระหว่างประทศ
วิลเลียม เปเส็ก คอลัมนิสต์บลูมเบิร์ก แสดงความเห็นว่า หากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างจีน อินเดีย หรืออินโดนีเซีย มีอิทธิพลในสถาบันการเงินอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) การรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนไปดังนี้
ประการแรก กลุ่มตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มจะยืนยันว่า เศรษฐกิจโลกพึ่งพานโยบายทางการเงินน้อยมาก เนื่องจากภายหลังจากวิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 กลุ่มประเทศเหล่านี้ไม่เคยใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินหนักเหมือนสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) แต่สามารถรอดพ้นจากวิกฤตมาได้
ประการต่อมา กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จะเรียกร้องสถาบันเศรษฐกิจโลกทั้งสองตอบสนองต่อความต้องการ ในระดับภูมิภาคมากขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยการลดมาตรฐานแบบโลกตะวันตกลง
ประการสุดท้าย กลุ่มประเทศเหล่านี้จะต้องเรียกร้องความอ่อนน้อมมากขึ้น เพราะในความเป็นจริงต้องถือว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้มีความสำคัญกับเศรษฐกิจโลกมาก แต่กลับมีอิทธิพลในสถาบันการเงินไม่สอดรับกับความเป็นจริง
เปเส็ก ทิ้งท้ายไว้ว่า สถาบันการเงินโลกควรเปิดช่องให้กลุ่มตลาดเกิดใหม่มีพื้นที่มากขึ้นตามขนาดความสำคัญทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ต้องไม่ลืมที่จะสนับสนุนสถาบันการเงินเหล่านั้นเพิ่มขึ้นด้วย







