
มะกันวิตกรัสเซียเลิกแบนขายมิสไซล์ให้อิหร่าน
สหรัฐวิตกปูตินอนุมัติจัดส่งอาวุธให้อิหร่าน หวั่นเป็นอุปสรรคการเจรจานิวเคลียร์
สหรัฐวิตกปูตินอนุมัติจัดส่งอาวุธให้อิหร่าน หวั่นเป็นอุปสรรคการเจรจานิวเคลียร์
จอช เออร์เนส โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แสดงความกังวลระหว่างหารือทางโทรศัพท์กับ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ภายหลังจากประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งแดนหมีขาว อนุมัติการจัดส่งระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศ เอส 300 ให้กับอิหร่าน
นอกจากนี้ อาลี ชัมคานิ เลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุดอิหร่าน ยังแสดงความเห็นว่า รัสเซียจะสามารถส่งมอบอาวุธดังกล่าวให้กับอิหร่านได้ภายในปีนี้
รัสเซียตกลงขายระบบขีปนาวุธดังกล่าวให้อิหร่านในปี 2007 แต่สกัดการขนส่งไว้ในปี 2010 ภายหลังจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คว่ำบาตรอิหร่านต่อกรณีที่โครงการนิวเคลียร์ซึ่งอาจพัฒนาเป็นอาวุธได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากอิหร่านกับมหาอำนาจทั้ง 6 ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมนี สามารถบรรรลุข้อตกลงเบื้องต้นได้ ทำให้รัสเซียอ้างว่าไม่มีความจำเป็นในการคว่ำบาตรการขนส่งอีกต่อไป
ด้านโฆษกกลาโหมสหรัฐ ระบุว่า การตัดสินใจขายอาวุธให้อิหร่านไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และได้มีการแสดงความกังวลไปผ่านช่องทางทางการทูตที่เหมาะสมไปแล้ว
ฮุสเซน เดกาน รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน กล่าวว่า เอส 300 สามารถใช้ในการต่อต้านเป้าหมายหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องบินรบ หรือแม้กระทั่งต่อต้านขีปนาวุธจากศัตรู แต่อิสราเอลซึ่งถือเป็นศัตรูของอิหร่านวิจารณ์ว่าเป็นผลโดยตรง
ขณะที่ ลาฟรอฟ ระบุว่า เอส 300 ถือเป็นอาวุธป้องกันแบบพิเศษ ซึ่งไม่สามารถใช้เพื่อการโจมตีได้ ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของทุกประเทศรวมถึงอิสราเอล
ทั้งนี้ อิหร่านกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับมหาอำนาจทั้ง 6 เพื่อจำกัดการพัฒนาโครงการเสริมศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อแลกกับการผ่อนคลายการคว่ำบาตร การเจรจาดังกล่าวมีกำหนดเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
ถึงกระนั้น อิหร่านกับฝ่ายมหาอำนาจยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ในประเด็นเวลาและรายละเอียดในการยุติการคว่ำบาตร ขณะที่แคร์รียังคงต้องใช้ความพยายามเพื่อให้สภาคองเกรสรับรองผลการเจรจาในครั้งนี้







