
เฟดเสียงแตก กำหนดขึ้นดอกเบี้ย
รายงานการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 17-18 มี.ค.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
รายงานการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 17-18 มี.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยให้เห็นชัดเจนว่า บรรดาผู้กำหนดนโยบายเริ่มเห็นต่างกันเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่บางส่วนเห็นว่าควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. อีกส่วนกลับเห็นว่าควรรอไปก่อน และบางคนถึงกับเห็นว่าควรขึ้นดอกเบี้ยในปี 2016 โดยในรายงานการประชุมเฟดฉบับล่าสุด ระบุว่า คณะกรรมการหลายคนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มรับมือการเริ่มปรับนโยบายให้เป็นปกติในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้
กระนั้น ผลการประชุม ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายอื่นๆ คาดว่า ผลกระทบจากราคาพลังงานที่ลดลง และการแข็งค่าของสกุลเงินเหรียญสหรัฐจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะสั้น ซึ่งเป็นการสะท้อนว่า สถานการณ์ไม่เหมาะสมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังปีนี้
ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ยังมีขึ้นก่อนที่เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 1.26 แสนตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2013
ขณะเดียวกัน ตัวเลขการเติบโตเงินเฟ้อของสหรัฐเองก็ยังอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ 2% อยู่มาก โดยเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เงินเฟ้อขยายตัวเพียง 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าเป้า 2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 34
“ข้อมูลนั้นเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์ทางด้านลบ ซึ่งเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่จะคิดว่า เวลาการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดอาจจะอยู่ห่างออกไปมากขึ้น”วิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในเอฟโอเอ็มซี กล่าวกับรอยเตอร์ส เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา
กระนั้นก็ตาม ประธานดัดลีย์ ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. ถ้าหากว่ารายงานการจ้างงานเดือน เม.ย.ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะดีดตัวกลับมาแข็งแกร่ง
ในขณะที่ เจฟฟรีย์ แลคเกอร์ ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ เวอร์จิเนีย หนึ่งในผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ระบุเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. พร้อมระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวเท่านั้น
ทว่า หนึ่งในประธานเฟดที่สนับสนุนมาตรการผ่อนคลาย อย่าง นารายานา โคเชอร์ลาโคตา สาขามินนิอาโปลิส ได้ระบุเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่า จะเป็นเรื่องที่ผิดพลาดหากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ เนื่องจากการจ้างงานและตัวเลขเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ
ในส่วนความเห็นของนักวิเคราะห์เองก็ยังแตกต่างเช่นกัน โดย เจมส์ สวีนีย์ นักเศรษฐศาสตร์ของเครดิต สวิส ซึ่งเพิ่งปรับคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. จากเดิมที่เจ้าตัวคาดไว้ที่เดือน มิ.ย.
คาดการณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ ว่า รายงานการประชุมนี้เป็นการส่งสัญญาณว่า การขึ้นดอกเบี้ยจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ทว่ายังคงมีแนวโน้มความเป็นไปได้ว่าจะปรับขึ้นในปีนี้
ขณะที่ พอล แอชเวิร์ธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของแคปปิตอลอีโคโนมิกส์ ระบุกับเอพีว่า ถ้าอัตราการจ้างงานในเดือน เม.ย.และ พ.ค.ฟื้นตัวดีขึ้นอีกครั้ง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็อาจเป็นไปได้
กระนั้น แม้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะมีขึ้นเมื่อใด แต่ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด ยืนยันชัดว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะค่อยเป็นค่อยไป และอ้างอิงตามความตอบสนองของตลาดแน่นอน







