
ยูโรร่วงหนักสุดรอบ 12 ปี ผลพวง ‘อีซีบี’ อัดคิวอี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ค่าเงินยูโรแตะต่ำสุดรอบ 12 ปี จ่ออ่อนค่ามากสุดในประวัติศาสตร์ในไตรมาสแรกปีนี้ หลังอีซีบีลุยอัดคิวอี
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ในวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นการอ่อนค่าต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ริเริ่มใช้มาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์เป็นวงเงิน 1.1 ล้านล้านยูโร ในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เมื่อวันที่ 9 มี.ค.
ที่ผ่านมา
ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงไป 0.5% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยได้ไปอยู่ที่ 1.0638 เหรียญสหรัฐ/ยูโร นับเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2003 โดยในปีนี้ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้ว 12% และนับว่าอ่อนค่าไปเกือบ 25% นับตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีที่แล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น ในวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ แล้ว ค่าเงินยูโรก็อ่อนค่าลงเช่นกัน โดยเมื่อเทียบกับค่าเงินปอนด์ของอังกฤษ เงินยูโรได้อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2007 ขณะที่เมื่อเทียบกับค่าเงินเยนก็อ่อนค่าไปแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน
นอกจากนี้แล้ว สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังได้เปิดเผยรายงานระบุว่า ค่าเงินยูโรเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐยังมีโอกาสที่จะอ่อนค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เช่นกัน โดยขณะนี้ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้ว 12% มากกว่าการอ่อนค่าช่วงสินเชื่อตึงตัวในไตรมาส 3 ของปี 2008 อยู่ที่ 10.6% ไปแล้ว
“เนื่องจากว่าเงินยูโรกำลังอ่อนค่าลงจากเหตุผลพื้นฐานตามตรรกะ และได้สนับสนุนผู้กำหนดนโยบายของยุโรปอย่างเต็มที่ ฉะนั้นแล้วจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะคาดการณ์ว่าค่าเงินจะอ่อนค่าลงไปอีก จากคิวอีที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” ซีน คัลโลว นักกลยุทธ์ด้านค่าเงินของเวสต์แพค แบงก์กิ้ง คอร์ป ในซิดนีย์ ระบุ
ขณะเดียวกัน คัลโลว ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า การอ่อนค่าของเงินยูโรนี้ได้รับปัจจัยมาจากความแตกต่างอย่างมากในการดำเนินนโยบายทางการเงินระหว่างอีซีบีและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งนับว่าจะ
ยังคงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ระบุว่า การดำเนินนโยบายคิวอีของอีซีบีจะช่วยผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนบรรลุเป้าหมายที่ 2% ได้ พร้อมระบุว่า นโยบายมาตรการทางการเงินช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
“เราสามารถออกมาตรการทางการเงินในหนทางที่จะสามารถและสร้างเสถียรภาพในเงินเฟ้อให้บรรลุเป้าหมายของเราได้” ดรากี กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวในแฟรงก์เฟิร์ต นับเป็นการปรากฏตัวในที่สาธารณะครั้งแรกของผู้นำอีซีบี หลังจากดำเนินมาตรการคิวอีเมื่อช่วงต้นสัปดาห์
ท่ามกลางการอ่อนค่าของค่าเงินยูโรอย่างต่อเนื่อง วันเดียวกันผลการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก เมื่อวันที่ 5-10 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ค่าเงินเยนจำเป็นต้องอ่อนค่าไปแตะระดับ 140 เยน/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1998 จึงจะสามารถช่วยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในการบรรลุเป้าเงินเฟ้อที่ 2%
“บีโอเจต้องการอ่อนค่าเงินเยนเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ทว่าผมไม่คิดว่าค่าเงินจะอ่อนค่าไปถึงขนาดนั้น หากเกิดขึ้นจริง ก็มีแนวโน้มว่าจะสร้างความไม่พอใจในกลุ่มครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก” ยาสุฮิเดะ ยาจิมะนักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยเอ็นแอลไอ ระบุ
ทั้งนี้ ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐได้อ่อนค่าไปแล้ว 23% นับตั้งแต่ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจได้เริ่มดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หากบีโอเจต้องการให้ค่าเงินลงไปอยู่ที่ 140 เยน/เหรียญสหรัฐ หมายความว่าค่าเงินเยนจะต้องอ่อนค่าลงไปอีก 13% จากระดับปัจจุบัน







