
กรีซมั่นใจเศรษฐกิจฟื้น
ยันเดินหน้าแก้ไขวิกฤตหนี้ถูกจุดซบอกจีนร่วมการลงทุนรอบด้านโพสต์ทูเดย์
— กรีซเผยเห็นแววเศรษฐกิจฟื้นสดใสภายในปี 2554 ร่วมจับมือกับรัฐบาลจีนลงทุนอีกหลายด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างการเปิดเผยของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในกรีซซึ่งระบุว่า ลัวกา แคตเซลี รัฐมนตรีเศรษฐกิจของกรีซ เปิดเผยว่า ตัวเลขงบประมาณการขาดดุลของกรีซกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังแสดงความคิดเห็นว่ามีสัญญาณที่ดีที่ระบุว่าเศรษฐกิจของกรีซกำลังฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมภายในปี 2554
“
ฉันมองในแง่ดีว่า ในปี 2554 เราจะกลับมาเติบโตเช่นเดิม และมีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายสถานการณ์เศรษฐกิจของกรีซ” แคตเซลี กล่าวในระหว่างการร่วมงานฉลองวันชาติที่จัดขึ้นที่พาวิลเลียนของกรีซในงานเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป ของจีนก่อนหน้านี้กรีซซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มยูโรโซน หรือประเทศที่ใช้เงินยูโรที่ประสบกับภาวะวิกฤตหนี้อย่างหนัก จนต้องขอความช่วยเหลือจากทางสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยภายใต้มาตรการช่วยเหลือนั้น กรีซเองจำเป็นต้องจัดการหั่นตัวเลขขาดดุลและตัวเลขงบประมาณรายจ่ายให้ลดลงอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าประธานธนาคารกลางของกรีซซึ่งระบุว่าตัวเลขงบประมาณรายจ่ายของกรีซล่าสุดอาจจะทะลุเป้าหมายที่ได้ตกลงไว้กับทางอียูและไอเอ็มเอฟ หลังได้รับเงินกู้ช่วยเหลือระยะเวลา 3 ปี ในวงเงิน 1.1 แสนล้านยูโร โดยได้กำหนดให้ลดตัวเลขขาดดุลไปอยู่ที่เพียง 8% หรือต่ำกว่านั้น เมื่อเทียบกับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
อีกทั้งต้องจำกัดตัวเลขขาดดุลให้อยู่ไม่เกิน 3% ภายในปี 2557
ตัวเลขเศรษฐกิจของกรีซเมื่อปี 2552 ระบุว่ากรีซมีตัวเลขขาดดุลสูงถึง 13.6%
รอยเตอร์สยังระบุในรายงานว่า ตัวแทนจากอียู ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า รัฐบาลเอเธนส์ดูเหมือนที่จะเดินมาถูกทางแล้วด้วยการปฏิรูปด้านต่างๆ เพื่อที่ว่าจะรอดพ้นจากภาวะล้มละลาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงเรื่องของการเปิดให้รัฐบาลจีนเข้าไปลงทุนภายในประเทศ ภายหลังจากจีนมีการเพิ่มการลงทุนในด้านของการขนส่งทางเรือ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการค้าในกรีซแล้ว รัฐมนตรีเศรษฐกิจของกรีซก็ระบุว่า จีนกำลังสนใจอีกหลายโครงการที่ทางกรีซได้นำเสนอไป รวมถึงการลงทุนในด้านของการพัฒนาสาธารณูปโภคในกรีซด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในรายงานระบุว่ากรีซได้กำลังเจรจาความร่วมมือกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่เป็นอันดับสองของจีน ในการขยายตลาดและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอีกด้วย







