posttoday
ค่ายรถปรับกลยุทธ์ รับหน้าใหม่ ‘กูเกิล-แอปเปิ้ล’

ค่ายรถปรับกลยุทธ์ รับหน้าใหม่ ‘กูเกิล-แอปเปิ้ล’

07 มีนาคม 2558

ทันทีที่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง กูเกิล และ แอปเปิ้ล ประกาศอย่างชัดเจนว่า

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ทันทีที่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง กูเกิล และ แอปเปิ้ล ประกาศอย่างชัดเจนว่ามีแผนจะขยายแผนงานของบริษัทให้ครอบคลุมถึงตลาดรถยนต์ บรรดาค่ายผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกต่างเริ่มตระหนักชัดแล้วว่าถึงเวลาที่จะต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่

ขณะเดียวกัน บริษัทรถเหล่านี้ต่างบอกกับตัวเองว่าต้องเป็นการปรับเพื่อให้อยู่ร่วมกับ “หน้าใหม่” ได้อย่างราบรื่น ไม่ใช่การแข่งขันอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบดีว่า กูเกิลและแอปเปิ้ลต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับ และประดิษฐ์คิดค้นรถไฟฟ้า โดยเป็นการทำงานที่ มาร์ติน วินเตอร์คอร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโฟล์คสวาเกน ระบุว่า เป็นก้าวที่เชื่อมโยงโลกดิจิทัลกับโลกยานยนต์เข้าไว้ด้วย

ด้าน เซอร์จิโอ มาร์คิโอนเน ซีอีโอจากค่ายเฟียต ไครสเลอร์ ยอมรับว่า แม้ทั้งสองค่ายอาจถือเป็นมือใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า กูเกิลและแอปเปิ้ลมีเงินทุนสนับสนุนในปริมาณมหาศาล แค่นั้นก็เพียงพอให้บริษัทรถยนต์ในประเทศต่างๆ มีเหตุเพียงพอที่จะไม่เพิกเฉยต่อกูเกิลและแอปเปิ้ล

ค่ายรถปรับกลยุทธ์ รับหน้าใหม่ ‘กูเกิล-แอปเปิ้ล’

 

“เป็นเรื่องที่โง่มาก ถ้าองค์กรทั้งหลายจะเมินเฉยบรรดาผู้ผลิตเทคโนโลยีเหล่านี้ พวกเขาเอาจริงอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น ผมคิดว่าเป้าหมายที่เขาต้องการก็คือเป้าหมายที่อุตสาหกรรมนี้ (รถยนต์) ต้องการเช่นกัน” มาร์คิโอนเน กล่าว

แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในท้ายที่สุด แต่กระนั้น มาร์คิโอนเนท้วงว่า ในระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้ย่อมมีความวุ่นวายยุ่งเหยิงยุ่งยากเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และความวุ่นวายนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

ชนะด้วยกันทุกฝ่าย

ในงานมอเตอร์โชว์ที่เจนีวา บรรดาซีอีโอของค่ายรถต่างๆ ต่างยอมรับว่าหนทางที่ดีที่สุดไม่ใช่การเผชิญหน้าแต่เป็นการหาหนทางที่จะทำงานร่วมกันกับค่ายยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีเหล่านี้นับต่อจากนี้ โดยมีรายงานว่า แอปเปิ้ลกำลังเดินหน้าโครงการ “ไททัน” ซึ่งเป็นโครงการรถยนต์ที่คาดว่าจะเริ่มกระบวนการผลิตได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ขณะที่รถยนต์ไร้คนขับของกูเกิลน่าจะนำมาวิ่งตามท้องถนนได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ดิดิเอร์ เลอรอย ประธานค่ายรถโตโยต้าประจำภูมิภาคยุโรป เชื่อมั่นว่า ด้วยแนวโน้มที่เทคโนโลยีจะก้าวเข้าไปมีบทบาทต่อชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกค่ายจึงไม่มีทางเลี่ยงนอกจากหาทางร่วมมือกับแอปเปิ้ลหรือกูเกิล

ค่ายรถปรับกลยุทธ์ รับหน้าใหม่ ‘กูเกิล-แอปเปิ้ล’

 

เป็นหนทางที่เลอรอยระบุชัดว่าจะทำให้ “ชนะ” ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

แต่อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่ากูเกิลและแอปเปิ้ลจะยินยอมร่วมมือด้วยหรือไม่ แต่อยู่ที่ศักยภาพและความสามารถของบรรดาค่ายรถยนต์ในปัจจุบัน

เร่งกำจัดจุดอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ระบุว่า ในทางหนึ่งจุดอ่อนของผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า บรรดาบริษัทเหล่านี้เพิ่งจะสร่างจากพิษไข้ และเริ่มฟื้นตัวเติบโตจากภาวะยอดขายซบเซาและวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้น บริษัทเหล่านี้จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อที่ความร่วมมือกับกูเกิลหรือแอปเปิ้ลสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น โดยมีแนวโน้มว่ากว่าจะได้ทำงานร่วมกับ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีดังกล่าว ค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดแน่นอน

ค่ายรถปรับกลยุทธ์ รับหน้าใหม่ ‘กูเกิล-แอปเปิ้ล’

 

สำหรับอีกอุปสรรคหนึ่งที่ต้องจัดการยังคงสืบเนื่องมาจากปัจจัยแรก กล่าวคือ การเพิ่มสมรรถภาพของค่ายรถยนต์ของตนเองด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการทำงานร่วมกัน และทำให้เกิดทางออกแบบ “วิน-วิน” (ชนะทุกฝ่าย) ตามที่นักวิเคราะห์ระบุ

วูล์ฟกัง ซีย์บาร์ต หัวหน้าวิศวกรจากค่ายจากัวร์ แลนด์โรเวอร์ แสดงความเห็นเสริมว่า นวัตกรรมที่เอ่ยถึงข้างต้นนี้ไม่ได้หมายถึงแต่เพียงตัวเทคโนโลยีเท่านั้น แต่หมายรวมถึงการยกเครื่องปรับปรุงโครงสร้างองค์กรทั้งระบบ

“แนวคิดดั้งเดิมของอุตสาหกรรมรถยนต์ขณะนี้ไม่เหมาะที่จะฉกฉวยประโยชน์โอกาสจากสังคมอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ถ้าคุณต้องมีคณะกรรมการ มี ขั้นตอนในการตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่นนั้น คุณก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นลงมือแล้ว” ซีย์บาร์ต อธิบาย

หาจุดยืนของตนเอง

อย่างไรก็ตาม บรรดาซีอีโอของค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่างเน้นย้ำอย่างสอดคล้องตรงกันว่า การร่วมมือกับกูเกิลและแอปเปิ้ลนั้น ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ในยามที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้ามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ค่ายรถยังมีหนทางอยู่รอดของตนเอง อยู่หากไม่ได้ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี หนึ่งในนั้นก็คือการพัฒนานวัตกรรมของตนเองขึ้นมาใหม่

ซีอีโอเฟียต ไครสเลอร์ ระบุชัดว่า อย่าดูถูกเทคโนโลยีของเหล่าผู้ผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน เห็นได้จากความคืบหน้าของเหล่าค่ายรถยนต์เกี่ยวกับนวัตกรรมหรือความสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์ หรือกลไกวิศวกรรมต่างๆ ที่มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่เราจำเป็นต้องระมัดระวังมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็คือ การที่บริษัทไม่ถูกทิ้งให้อยู่วงนอกในกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น” มาร์คิโอนเน กล่าว

ขณะเดียวกัน ซีอีโออย่าง มาร์คิโอนเนยังกล่าวเสริมอีกว่า ในระหว่างที่ค่ายรถควานหาจุดยืนของตนเองอยู่นั้น ต้องไม่หลงลืมข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องการทำให้บริษัทเป็นที่ยอมรับกับกฎระเบียบของสังคม อย่างมาตรการด้านความปลอดภัย และการประกันภัย ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับของผู้บริโภคในตลาด

“ผมคิดว่าบรรดากฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลแต่ละประเทศ จะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญของค่ายรถต่างๆ ในการเริ่มปฏิบัติการทดสอบคิดค้นเทคโนโลยีของตนเอง” ซีอีโอค่ายเฟียต ไครสเลอร์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว