
จี้อุตฯอาหาร-ขนม ทำวิจัยตลาดเชิงลึก ยึดตลาดซีแอลเอ็มวี
แนะอุตฯ อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ทำตลาดเชิงลึก เน้นเจาะรายกลุ่ม รักษาส่วนแบ่งตลาดซีแอลเอ็มวี
แนะอุตฯ อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ทำตลาดเชิงลึก เน้นเจาะรายกลุ่ม รักษาส่วนแบ่งตลาดซีแอลเอ็มวี
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เต็มรูปแบบ สินค้ากลุ่มอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว ในอาเซียนจะมีการแย่งพื้นที่ตลาดกันมากขึ้น ส่งผลแข่งกันรุนแรงเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดที่่ตัวเองมีอยู่
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยจะต้องเร่งทำการตลาดเชิงลึกในตลาดประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีและอาเซียนรายอื่นมากขึ้น เพื่อรักษาฐานตลาดเดิมและขยายฐานตลาดใหม่ๆ ต้องทำการศึกษาเจาะรายกลุ่มผู้บริโภคของแต่ละตลาด โดยคู่แข่งที่น่ากลัวในสินค้ากลุ่มนี้ คือ จีน มาเลเซีย และสิงคโปร์
ขณะเดียวกัน ต้องหาพันธมิตรผู้นำเข้าสินค้าไทยไปจำหน่ายในตลาดของแต่ละประเทศเปิดศูนย์กระจายสินค้าไทยในประเทศเพื่อนบ้าน และต้องทำการตลาดแบบเคาะประตูบ้าน เช่น กระจายสินค้าในระดับตลาดสดมากขึ้น เพราะจากการศึกษาพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวีชอบที่จะเดินซื้ออาหารและเครื่องดื่มในตลาดสดมากถึง 90% ขณะที่กลุ่มที่เลือกซื้อของในห้างค้าปลีกสมัยใหม่มีเพียง 10%
ปัจจุบันในตลาดสินค้ากลุ่มนี้ในเวียดนาม ไทยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% รองจากสินค้าจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35-40% ส่วนในกัมพูชา ไทยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและเวียดนาม
ขณะที่พม่าและลาว ที่สินค้าไทยได้รับการยอมรับสูง ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 โดยพื้นที่ของพม่าที่อยู่ติดชายแดนไทย จะมีส่วนแบ่งตลาดราว 80% ส่วนในย่างกุ้งและหงสาวดี สินค้าไทยกับจีนมีส่วนแบ่งตลาดฝ่ายละ 50% เช่นเดียวกับตลาดลาว ที่สินค้าไทยและจีนมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณ 35-40% ส่วนสินค้ามาเลเซียและอินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันราว 20%







